
ลดพอร์ตช่วงปรับตัวขึ้น...ความเสี่ยงแค่เลื่อนออกไปสั้น ๆ
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้นโดดเด่นกว่าหุ้นในภูมิภาค เริ่มตั้งแต่วันอังคาร ก่อนหน้าวันที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะมีการเจรจา
ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้นโดดเด่นกว่าหุ้นในภูมิภาค เริ่มตั้งแต่วันอังคาร ก่อนหน้าวันที่ประธานาธิบดีสหรัฐจะมีการเจรจากับ จอห์น โบเนอร์ ผู้นำรีพับลิกันในคืนวันพุธ ก่อนความชัดเจนเรื่องเพดานหนี้ และนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อสุทธิ แม้ว่าเงินบาทจะหยุดแข็งค่าแล้วก็ตาม ในขณะที่คืนวันพฤหัสบดีตลาดได้รับความชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่ผู้นำรีพับลิกันออกมายื่นข้อเสนอในการเพิ่มเพดานหนี้ชั่วคราวออกไปอีก 46 สัปดาห์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐกลับมาขึ้นแรงกว่า 2.18% ดาวโจนส์พุ่งขึ้น 323 จุดในวันเดียว แต่ตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ เริ่มกลับมาปรับตัวขึ้นในระดับที่น้อยลงในคืนวันศุกร์
ทิศทางในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดจะทยอยรับรู้ปัจจัยบวกที่สหรัฐมีโอกาสเพิ่มเพดานหนี้ในระยะสั้นได้สำเร็จ ก่อนถึงเส้นตาย 17 ต.ค. ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดเป็นการแกว่งตัวขึ้น แต่เราประเมินว่าความเสี่ยงยังไม่หมดไป เป็นเพียงการเลื่อนความเสี่ยงออกไปในระยะสั้นเท่านั้น ทำให้ตลาดยังขาดความต่อเนื่อง โดยในทางพื้นฐานที่บริเวณ 1,500 จุด เป็นระดับ PER ที่ 13 เท่าเป็นระดับที่มีนัยสำคัญ และมักเห็นการชะลอตัวที่ระดับ PER ดังกล่าว
ประเด็นเรื่อง QE ตลาดคาดว่าเฟดจะมีการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในการประชุมเดือน ธ.ค. หรือ ม.ค.นี้ เนื่องจากในเดือน พ.ย. ไม่มีการประชุมเฟด ซึ่งในประเด็นนี้ถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด
ด้านแนวโน้มทองคำ คาดว่าทิศทางในระยะสั้นยังแกว่งตัวลง รอทดสอบบริเวณ 1,280-1,270 เหรียญสหรัฐ หากสหรัฐได้ข้อสรุปเรื่องเพดานหนี้ความต้องการถือทองคำจะลดลง
ส่วนทางเทคนิคทองคำ มีแนวรับหลักที่ 1,280-1,270 เหรียญสหรัฐ หากหลุดต่ำกว่ามีโอกาสสูงที่จะทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ต่ำกว่า 1,180 เหรียญสหรัฐ โดยเรายังคงประเมินว่าราคายังแกว่งตัวลงในระยะกลางยาว
กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนทยอยขายช่วงปรับตัวขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยมีแนวรับที่เป็นแนวต้านอยู่ที่ 1,490 จุด และ 1,520 จุด เนื่องจากราคานี้ทยอยรับรู้ข่าวเรื่องสหรัฐไม่ผิดนัดชำระหนี้ในระยะสั้นไปในระดับหนึ่งแล้ว และในช่วงก่อนที่จะถึงเส้นตายใหม่ประมาณ 2-3 สัปดาห์ ตลาดจะกลับมากังวลในประเด็นนี้อีกครั้ง







