
ปิดแจงประมูลทีวีดิจิตอล
เอกชนส่วนใหญ่ห่วงเอกสาร/ถือหุ้นไขว้ อสมทต่อรองขอมักซ์ที่2แลกลดค่าเช่า
เอกชนส่วนใหญ่ห่วงเอกสาร/ถือหุ้นไขว้ อสมทต่อรองขอมักซ์ที่2แลกลดค่าเช่า
วันสุดท้ายผู้ซื้อซองประมูลทีวีดิจิตอลหารือ กสทช. ส่วนใหญ่ยังห่วงเรื่องเอกสาร ความซ้ำซ้อนผู้ถือหุ้น
ภาพรวมผู้ซื้อซองประมูลทีวีดิจิตอล เข้าสอบถามคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. วันที่ 911 ต.ค. เมื่อวันสุดท้าย 11 ต.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการที่ซื้อซองเข้ารับฟังคำปรึกษาจาก กสทช.ประมาณ 10 บริษัท ซึ่งทุกบริษัทสอบถามในเรื่องการกรอกเอกสารและเรื่องผู้ถือหุ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเรื่องเอกสาร
นายโชคชัย ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น เปิดเผยว่า หลังจากได้พูดคุยกับ กสทช.ในเรื่องของโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทไม่น่าจะมีปัญหา เพราะบริษัทดำเนินธุรกิจแบบตรงไปตรงมา ส่วนในเรื่องของการเลือกโครงข่ายขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่ขอยืนยันจะเข้าร่วมประมูลทั้งสองซองตามที่ได้ซื้อมา คือ ช่องเอสดีทั่วไปและช่องเอชดี
อย่างไรก็ตาม ก่อนการประมูลจะถึง อยากให้ กสทช.ช่วยดูในเรื่องคุณภาพของโครงข่าย พิจารณาค่าใช้จ่ายโดยรวมและการเผยแพร่กิจการโทรทัศน์เพื่อการให้บริการเป็นการทั่วไป (มัสต์แครี) เป็นกรณีพิเศษ รวมไปถึงกฎกติกาต่างๆ เพื่อให้มีความชัดเจนและความเข้าใจที่ตรงกัน
นายเจษฎา พรหมจาต หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน บริษัท อสมท กล่าวว่า บริษัทสนใจจะยื่นขอโครงข่ายที่ 2 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการต่อรองกับ กสทช. เนื่องจากค่าเช่าโครงข่ายที่ยื่นไป 5 ล้านบาทต่อเดือน กสทช.มองว่าสูงไป แต่บริษัทมองว่าเหมาะสมแล้ว เนื่องจากโครงข่ายของบริษัทมีคุณภาพเหมาะสมราคา
ทั้งนี้ หาก กสทช.ขอให้ปรับลดลงเท่าที่ทำได้ บริษัทก็จะยื่นเงื่อนไขต่อรองกับ กสทช. หากให้ใบอนุญาตบริษัททำโครงข่าย หรือมักซ์ อีกโครงข่ายที่ 2 บริษัทอาจจะลดค่าเช่าโครงข่ายให้ต่ำลง ส่วนการชี้แจงเพิ่มเติมครั้งนี้ ได้แจงเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น เนื่องจาก อสมท กับกลุ่มทรูวิชั่นส์ และช่อง 3 มีสัมปทานร่วมกัน
น.ส.วรวีร์ วูวนิช ผู้แทนจากบริษัท 3เอ มาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า เนื่องจากเป็นบริษัทขนาดเล็ก จึงทำให้โครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่ซ้ำซ้อน ซึ่งการที่ กสทช.เปิดโอกาสให้บริษัทรายเล็กได้เข้าร่วมประมูลพร้อมกับให้คำแนะนำถือเป็นเรื่องที่ดี และหวังว่าการประมูลครั้งนี้จะโปร่งใส
สำหรับการเตรียมความพร้อมในด้านของคอนเทนต์รายการขณะนี้บริษัทค่อนข้างมีความพร้อม โดย 50% จะเป็นรายการข่าวและสาระ ส่วนอีก 50% ที่เหลือจะเป็นรายการทั่วไป เนื่องจากบริษัทจะเข้าประมูลในช่องข่าว จึงต้องปฏิบัติตามกฎของ กสทช.อย่างเคร่งครัด ส่วนจะเลือกเช่าโครงข่ายไหนนั้นขณะนี้ยังเปิดเผยไม่ได้
รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของช่อง 7 ซึ่งวันนี้ทั้งสองบริษัทที่ซื้อซองประมูลทีวีดิจิตอล คือ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ ซึ่งซื้อซองช่องเอชดี และบริษัท บีบีทีวี แซทเทลวิชั่น ซื้อซองเอสดี ได้เดินทางเข้าพบ กสทช.เพื่อรับฟังคำปรึกษาเหมือนกับหลายบริษัท แต่ขอปฏิเสธตอบคำถามกรณีถือหุ้นซ้อนกับบริษัท จันทร์25 ของนางสุรางค์ เปรมปรีดิ์ หรือคุณแดง อดีตเจ้าแม่ 7 สี
นายธีระวุฒิ กรีพานิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท ไอสปอร์ต กล่าวว่า ในด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่เกี่ยวโยงกันในส่วนของบริษัทไม่น่าจะมีปัญหาขณะที่เนื้อหารายการบริษัทได้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ด้วยการมีเนื้อหารายการข่าว 5060% ตามที่ กสทช.กำหนดในช่องข่าวอสมท โชว์กึ๋นต่อรองขอมักซ์ที่2 หาก กสทช.ไฟเขียวให้ใบอนุญาติพร้อมลดราคาโครงข่ายตามที่ กสทช.ขอ หลังยื่นไปที่ 5ล้านบาทต่อเดือนมองว่าแพงไป
"การชี้แจงผู้ประกอบการเรื่องโครงข่าย ในวันที่ 22 ต.ค. นี้หลักๆ คือ ทำไมต้องให้บริการแบบนี้ มีคุณภาพและบริการเป็นอย่างไรที่แตกต่างจากรายอื่นที่ให้บริการโครงข่าย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีรายใดเข้ามาพูดคุย แต่ก่อนหน้ามีอาร์เอส เข้ามาพูดคุยในลักษณะสร้างความเข้าใจมากกว่า"นายเจษฎากล่าว
สำหรับการเข้าร่วมชี้แจงเป็นการส่วนตัวในครั้งนี้ถือเป็นการเข้ามาชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมโครงสร้างผู้ถือหุ้น เนื่องจาก อสมท มีรายละเอียดเพิ่มเติมเล็กน้อย เพราะ อสมท กับกลุ่มทรู วิชั่นส์ และช่อง3 มีสัมปทานร่วมกัน
นอกจากนี้ อสมท ยังมีกรรมการ (บอร์ด) เป็นบอร์ดของทรู วิชั่นส์ จึงทำให้ต้องเข้ามาซักถามรายละเอียดในเรื่องนี้ ส่วนเรื่องผู้ถือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องผู้ถือหุ้นรายย่อยขึ้นมา ซึ่งต้องดูว่าผู้ถือหุ้นของ อสมท เข้าเกณฑ์หรือไม่ หลังวันที่ยื่นซอง
ในด้านของสัดส่วนรายการบริษัทจะผลิตรายการเองเป็นขั้นต่ำ60% ตามกฎ เนื่องจากประมูลทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ช่องรายการทั่วไป ความคมชัดสูง(HD) รายการทั่วไป ความคมชัดมาตรฐาน (SD) และเด็ก จึงต้องมีรายการบันเทิงอยู่พอสมควร อาจจะมีในส่วนโมเดิร์นไนท์ทีวี และเรื่องข่าวอยู่พอสมควรจากสำนักข่าวไทย และรายการต่างประเทศ
ในส่วนกรณีช่อง7 และ จันทร์ 25 นั้นอยากให้เข้าประมูลร่วมกัน เพราะเป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่ง ส่วนปัญหาเรื่องการถือหุ้นร่วมกันเกิน 10% มองว่า เป็นสีสันของการประมูลครั้งนี้ และคิดว่าไม่น่าจะมาติดเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ แต่อย่างไรก็ตามคงต้องดูว่าทั้ง2 บริษัทจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไร







