
จีน-อาเซียน
สัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจดังนี้ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้กล่าวก่อนร่วมประชุมอาเซียนบวก 3 ที่ประเทศบรูไน ว่า จีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรร่วมกันดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อเพิ่มการค้าสินค้าและบริการ พร้อมเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนมากขึ้น ด้วยการปรับปรุงข้อตกลงการค้าเสรีจีนอาเซียน (CAFTA) ซึ่งควรปรับและเพิ่มเติมเนื้อหาและกรอบต่างๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าและให้ประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย พร้อมตั้งเป้าว่าการปรับเปลี่ยนต่างๆ จะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 และเพิ่มการลงทุนระหว่างกันอีก 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในอีก 8 ปีข้างหน้า
สัปดาห์นี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจดังนี้ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน ได้กล่าวก่อนร่วมประชุมอาเซียนบวก 3 ที่ประเทศบรูไน ว่า จีนและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรร่วมกันดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อเพิ่มการค้าสินค้าและบริการ พร้อมเปิดเสรีและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนมากขึ้น ด้วยการปรับปรุงข้อตกลงการค้าเสรีจีนอาเซียน (CAFTA) ซึ่งควรปรับและเพิ่มเติมเนื้อหาและกรอบต่างๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการค้าและให้ประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย พร้อมตั้งเป้าว่าการปรับเปลี่ยนต่างๆ จะทำให้มูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2563 และเพิ่มการลงทุนระหว่างกันอีก 1.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในอีก 8 ปีข้างหน้า
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตตา) เปิดเผยว่า แอตตาเตรียมทำหนังสือถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาเร่งศึกษากฎหมายจดทะเบียนจัดตั้งบริษัททัวร์ในประเทศไทยใหม่ทั้งระบบ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยป้องกันไม่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้ง่ายเกินไป ทั้งนี้มองว่าผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยจะได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะมีงบประมาณลงทุนจำกัด เมื่อเทียบกับเงินทุนต่างประเทศ ทำให้เชื่อว่าในปี 2558 บริษัททัวร์ไทยจะถูกไล่ซื้อกิจการจำนวนมาก โดยรายใหญ่ที่มีเจ้าของคนไทยจะมีสัดส่วนที่น้อยลง นอกจากนี้หากชาวต่างชาติเป็นเจ้าของบริษัททัวร์ รายได้ทางการท่องเที่ยวจะไม่หมุนเวียนภายในประเทศไทยอย่างแท้จริง
ขณะที่ ผจญ ธนะสุมิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยไฟลท์เทรนนิ่ง บริษัทฝึกอบรมด้านการบินในเครือการบินไทย กล่าวว่า ปัญหาที่น่าเป็นห่วงมากในการเปิดเออีซี คือ การขาดแคลนนักบิน ทั้งเพื่อทำงานในประเทศและสำหรับป้อนตลาดอาเซียน เนื่องจากสายการบินทยอยเส้นทางใหม่ และจะมีสายการบินเกิดใหม่อีกมาก ทั้งนี้มีการประเมินเบื้องต้นว่าสายการบินในปัจจุบันต้องการนักบินเพิ่มเติมในอีก 5 ปีข้างหน้าหรือปี 2561 จำนวน 7,840 คน หากไม่วางแผนการผลิตบุคลากรให้ดีตั้งแต่ตอนนี้ เชื่อว่าบางสายการบินอาจจะประสบปัญหา
ด้านภาคการศึกษาหลังจากพิจารณากันมาระยะหนึ่งเกี่ยวกับการเปิดปิดภาคเรียนให้สอดคล้องกับประเทศอื่นในอาเซียน ในที่สุดที่ประชุมกระทรวงศึกษาธิการมีมติเมื่อวันที่ 9 ต.ค. ให้โรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา ใช้กำหนดเปิดปิดภาคเรียนตามเดิม โดยเปิดภาคเรียนที่ 1 วันที่ 16 พ.ค.11 ต.ค. และเปิดภาคเรียนที่ 2 วันที่ 1 พ.ย.1 เม.ย.ของทุกปี โดยให้เหตุผลว่า เมื่อพิจารณาดูแล้วกำหนดเปิดปิดภาคเรียนแบบนี้มีความสอดคล้องกับสภาพสังคม ประเพณีฤดูกาลของไทยมากกว่า นักเรียนไม่ต้องประสบปัญหาน้ำท่วมเดือนต.ค. และยังสอดคล้องกับสภาพตลาดแรงงานในประเทศด้วย เพราะความต้องการแรงงานในประเทศจะขึ้นสูงมากในช่วงเดือน มี.ค.พ.ค.ของทุกปี ดังนั้นหากนักเรียนโดยเฉพาะนักศึกษาอาชีวศึกษาสำเร็จการศึกษาในช่วงเดือน เม.ย. ก็จะสอดคล้องกับตลาดแรงงานมากกว่า







