
กระทุ้งครูไทยปรับวิธีสอน
เสริมทักษะชีวิตปลูกฝังจิตสำนึกเด็กชี้หากสำเร็จไม่ต้องยกเครื่องหลักสูตร
เสริมทักษะชีวิตปลูกฝังจิตสำนึกเด็กชี้หากสำเร็จไม่ต้องยกเครื่องหลักสูตร
แนะครูเปลี่ยนวิธีสอน เน้นเสริมทักษะชีวิตและอาชีพ การเรียนรู้ ปลูกฝังคุณธรรม ชี้ไม่จำเป็นต้องปฏิรูปหลักสูตร
นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยในงาน Educa 2013 ว่า เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เด็กไทยจำเป็นต้องมีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ได้แก่ 1.ทักษะชีวิตและอาชีพ 2.ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม 3.ทักษะเทคโนโลยีและการสื่อสาร ครูจำเป็นต้องทบทวนเพื่อปรับแนวการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการพัฒนาเด็กทั้ง 3 ทักษะ
“ปัญหาคือเด็กไทยของเราตอนนี้เก่งแต่ทักษะด้านเทคโนโลยี” นพ.สุริยเดว กล่าว
เบื้องต้น ผู้เกี่ยวข้องด้านการศึกษาต้องให้ความสำคัญกับการส่งเสริมด้านที่เหลือ เริ่มจากด้านการเรียนรู้ ไม่จำเป็นต้องปฏิรูปหลักสูตรการศึกษา แต่แค่ต้องทำให้เกิดห้องเรียนกลับทาง ครูไม่ใช่ผู้สอน แต่ต้องเปลี่ยนเป็นผู้อำนวยความสะดวก ผู้ให้บริการแก่เด็กจนเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ ขณะเดียวกันต้องปลูกฝังเรื่องคุณธรรมให้แก่เด็ก จนกลายเป็นผู้มีจิตอาสา ไม่ใช่จิตบังคับ
ขณะที่ทักษะชีวิตนั้น ครูต้องพยายามจัดกิจกรรมให้เด็กเกิดการสะท้อนคิดด้วยตัวเอง (Self Reflection) และเกิดการสะท้อนคิดเป็นกลุ่ม (Group Reflection) เพื่อให้เด็กเติบโตเป็นผู้ที่คิดและจัดการเรื่องต่างๆ ด้วยตัวเองได้
นพ.สุริยเดว กล่าวอีกว่า การพัฒนาเด็กยังควรเป็นไปตามแนวคิดสากล ได้แก่ I am, I have, และ I can เด็กต้องมีพลังตัวตน พลังสิ่งแวดล้อม จากนั้นท้ายที่สุดเด็กจะทำสิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง
ด้านนายอรรถพล อนันตวรสกุล ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แม้เด็กไทยจะมีทักษะด้านเทคโนโลยี แต่เป็นแค่วิธีการใช้ ไม่ใช่ทักษะการรู้เท่าทัน (ICT Literacy) ก่อให้เกิดปัญหาตามมา เช่น เทคโนโลยีกลายเป็นช่องทางหนึ่งที่ผู้ประกอบการใช้ในการหลอกล่อให้มาซื้อสินค้า ครูจึงต้องเข้ามาช่วยกระตุ้นเตือนให้เด็กมีทักษะการรู้เท่าทันด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันครูในกลุ่มเจนเอกซ์ มักประสบปัญหาในการใช้เทคโนโลยี ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างเด็กและครู ครูเองจึงต้องเรียนรู้มากขึ้น ขณะที่ครูเจนวาย แม้จะมีทักษะด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว แต่ก็ยังขาดความรู้เชิงลึกเรื่องต่างๆ จึงต้องเสริมความรู้เพื่อพัฒนาเด็กให้รอบด้านเช่นกันทั้งนี้ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ถือเป็นโอกาสอันดีให้เด็กได้ฝึกทักษะการเชื่อมโยง ครูต้องสอนให้เด็กนำปัญหาระดับท้องถิ่น ไปเชื่อมโยงกับปัญหาระดับภูมิภาค และปัญหาระดับโลก ตลอดจนตระหนักว่าปัญหาเหล่านั้นจะส่งผลกระทบถึงกันและกัน เพื่อให้คิดและช่วยกันนำไปสู่การแก้ปัญหาของสังคมในอนาคต







