
ยึดตลาดความงามอาเซียน
นาโนเทคผุดศูนย์ยกเครื่องวิจัยสินค้าหนุนเอสเอ็มอีไทยส่งออกเครื่องสำอาง
นาโนเทคผุดศูนย์ยกเครื่องวิจัยสินค้าหนุนเอสเอ็มอีไทยส่งออกเครื่องสำอาง
นาโนเทค เปิดโรงงานต้นแบบผลิตเครื่องสำอาง หนุนเอสเอ็มอี ส่งออกอาเซียน ดันเป็นผู้นำตลาดความงาม
นายสิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) เปิดเผยว่า ได้เตรียมงบลงทุนไว้ 120 ล้านบาท เพื่อเปิดศูนย์วิจัยและทดลอง ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและความงามอย่างครบวงจรครั้งแรกของประเทศไทย ถือเป็นโรงงานต้นแบบผลิตเครื่องสำอางให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีขนาดพื้นที่ประมาณ 539 ตร.ม. อยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทยแห่งใหม่ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงกลางปี 2557
สำหรับโรงงานต้นแบบผลิตเครื่องสำอาง ต้องการให้เอสเอ็มอีเข้ามาใช้งานวิจัย มาพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เวชสำอางมากขึ้น รวมทั้งจะได้รับการรับรองมาตรฐานสินค้าจีเอ็มพีด้วย และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ไม่สูง โดยที่ผ่านมา จุดอ่อนของเอสเอ็มอีไทยอยู่ที่ 1.มีข้อจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยี ทำให้การผลิตสินค้ามีปัญหามาตรฐาน และมีอายุการจัดเก็บน้อย 2.การขาดความรู้ผลิตสินค้า และ 3.มีข้อจำกัดเรื่องแหล่งเงินทุนและการตลาด
ทั้งนี้ หลังจากการที่รัฐบาลได้วางนโยบายส่งเสริมเครื่องสำอางไทยสู่ตลาดโลกอย่างเต็มที่ผ่านกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งการเปิดโรงงานต้นแบบผลิตเครื่องสำอางของนาโนเทค จะกระตุ้นให้มูลค่าตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเติบโตได้มากกว่า 20% ในปีหน้า โดยมีโอกาสเป็นผู้นำตลาดเครื่องสำอางและสินค้าเวชสำอางในอาเซียนจากปัจจุบัน มูลค่าตลาดรวมผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของไทยอยู่ที่ 2.10 แสนล้านบาท เติบโต 18% แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 1.20 แสนล้านบาท และส่งออก 9 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 97% และอีก 3% เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยจุดเด่นของเอสเอ็มอีไทยอยู่ที่การผลิตสินค้าเครื่องสำอาง และเวชสำอางที่มาจากสมุนไพรไทย เป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มและมีคุณค่าสูง ทำให้ไทยเป็นผู้นำการผลิตสินค้าสมุนไพร กลุ่มบำรุงเส้นผมในอาเซียน
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะส่งผลให้สินค้าเครื่องสำอาง และสินค้าเวชสำอางจากสมุนไพรไทยของไทยมีโอกาสขยายตลาดเพิ่มขึ้น และเป็นผู้นำในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทุกกลุ่ม เพราะสมุนไพรไทยสามารถนำมาพัฒนาเป็นสินค้าได้หลากหลาย และที่ผ่านมามีสมุนไพรไทยจำนวนมากยังไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่
“ในช่วงที่ผ่านมา เอสเอ็มอีไทยผลิตสินค้าแบรนด์เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์จากเวชสำอางจำนวนมาก แต่เกิดปัญหา ไม่มีการรับรองตามมาตรฐาน จีเอ็มพี” นายสิริฤกษ์ กล่าว







