
อุ้มเกษตรกรเหยื่อน้ำท่วม
กรมประมงจ่ายชดเชยตามเกณฑ์พร้อมสั่งติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
กรมประมงจ่ายชดเชยตามเกณฑ์พร้อมสั่งติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด
กรมประมงเร่งช่วยเกษตร กรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เดือดร้อนจากน้ำท่วม พร้อมจ่ายเงินชดเชยตามเกณฑ์
นายนิวัติ สุธีมีชัยกุล อธิบดีกรมประมง เปิดเผยถึงความเสียหายด้านการประมงจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.จนถึงปัจจุบันว่า มีเกษตรกรด้านประมงได้รับความเดือดร้อนแล้ว 4.4 แสนราย ครอบคลุมพื้นที่ 27 จังหวัด 148 อำเภอ รวมพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 5.1 หมื่นไร่ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 382.43 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่กรมประมงทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากเกิดผลกระทบหรือความเสียหายด้านประมงให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือเร่งด่วน พร้อมจัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เรือตรวจการณ์ประมง อวน กระชัง และอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ช่วยเหลือเกษตรกรขนย้ายหรือจับสัตว์น้ำออกจำหน่าย พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประมงไว้ประจำศูนย์ฯ เพื่อให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการแก่เกษตรกรอีกด้วย
อย่างไรก็ดี กรมประมงจะให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกับกรมประมงเท่านั้น โดยใช้หลักเกณฑ์ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2556 ประกอบด้วย กรณีเป็นกุ้งก้ามกราม กุ้งทะเล ปูทะเล หรือหอยทะเล ให้ความช่วยเหลือไร่ละ 10,920 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่
ขณะที่กรณีเป็นปลาหรือสัตว์น้ำอื่นๆ ที่เลี้ยงในบ่อดิน นาข้าว หรือร่องสวน (คิดเฉพาะพื้นที่เลี้ยง) ไร่ละ 4,225 บาท ไม่เกินรายละ 5 ไร่ กรณีเป็นสัตว์น้ำที่เลี้ยงในกระชัง บ่อซีเมนต์ หรือที่เลี้ยงในลักษณะคล้ายคลึงกัน จะให้ความช่วยเหลือตารางเมตรละ 315 บาท ไม่เกินรายละ 80 ตารางเมตร หากเกษตรกรรายใดคำนวณพื้นที่การเลี้ยงแล้วได้รับการช่วยเหลือคิดเป็นเงินต่ำกว่า 315 บาท ให้ช่วยเหลือในอัตรารายละ 315 บาท
สำหรับพื้นที่เสียหายด้านการประมง ประกอบด้วย จ.พะเยา ลำปาง พิษณุโลก กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร เพชรบูรณ์ อุทัยธานี เลย มุกดาหาร สุรินทร์ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ยโสธร พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ปราจีนบุรี ลพบุรี นครนายก สระแก้ว ชัยนาท ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และสระบุรี







