
EMCชูกลยุทธ์กินกำไรยาว
ร่วมทุนยักษ์ญี่ปุ่นเก่งเทคโนโลยีรับเออีซีช่วยเพิ่มมูลค่างานมาร์จินโตขึ้น
ร่วมทุนยักษ์ญี่ปุ่นเก่งเทคโนโลยีรับเออีซีช่วยเพิ่มมูลค่างานมาร์จินโตขึ้น
EMC เลือกยักษ์ใหญ่ญี่ปุ่นชูกลยุทธ์ร่วมทุนต่างชาติเทคโนโลยีสูงเพิ่มมูลค่ารับงานมาร์จินแต่ปีนี้ยังขาดทุน
นายชนะชัย ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีเอ็มซี (EMC) เปิดเผยภายหลังการร่วมทุนกับบริษัท SANKEN SETSUBI KOGYO ผู้ประกอบการด้านวิศวกรรมงานระบบชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ที่ก่อตั้งมา 58 ปี ว่า ตอนนี้บริษัทใช้กลยุทธ์เน้นเปิดโอกาสร่วมลงทุนกับบริษัทต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีเฉพาะทางมากขึ้น
“กลยุทธ์นี้จะทำให้บริษัทสามารถรับงานที่มีมูลค่างานสูงขึ้น และเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิน) ได้อีกประมาณ 2 เท่า ของมาร์จินงานวิศวกรรมงานระบบที่ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 812%” นายชนะชัย กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังคงนโยบายเข้าไปลงทุนธุรกิจอื่นที่มีความใกล้เคียงกับธุรกิจหลัก โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับระบบหรือโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาทิ น้ำประปา พลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้ประจำที่แน่นอนมากขึ้น และช่วยบริหารความเสี่ยงจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มักมีรายได้ผันผวน หากเกิดเหตุการณ์อะไรที่ไม่แน่นอนขึ้น
สำหรับวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา EMC ได้ลงนามร่วมทุนกับบริษัท SANKEN SETSUBI KOGYO จัดตั้งบริษัท SANKENEMC โดย SANKEN ถือหุ้น 49% EMC ถือ 48% ส่วนเหลือเป็นนักลงทุนในประเทศ
ด้านนายชนะชัย กล่าวว่า บริษัทร่วมลงทุนครั้งนี้เพื่อรองรับการก่อสร้างที่จะขยายตัวภายหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทั้งลูกค้าในประเทศโดยเฉพาะบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นและลูกค้าชาติอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย นอกจากนั้น อาจมองโอกาสขยายงานไปยังประเทศรอบอาเซียนด้วย เช่น พม่า
สำหรับ SANKEN เป็นบริษัทที่มีเทคโนโลยีสูงและมีจุดแข็งงานด้านวิศวกรรมระบบปรับอากาศ ระบายอากาศ และรวมทั้งสุขาภิบาลและดับเพลิงจากญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันในไทยเริ่มมีแนวโน้มความต้องการงานรับเหมาวิศวกรรมครบวงจรเฉพาะทางมากขึ้น โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมยาและอาหาร อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงกลุ่มงานโรงพยาบาลที่ไทยกำลังจะเป็นศูนย์กลางระบบสุขภาพ
ที่ผ่านมา SANKEN มีประสบการณ์ทำวิศวกรรมงานระบบสนามบินโอซากา สนามบินคันไซ รถไฟฟ้าใต้ดิน สนามกีฬาอายิโนะโมโต๊ะ โรงงานพานาโซนิค เป็นต้น
“ถือว่าวินวินทั้งคู่ EMC จะได้ความน่าเชื่อถือทั้งจากบริษัทญี่ปุ่นและบริษัทต่างชาติอื่นๆ ทำให้บริษัทสามารถรับงานในมูลค่าที่เพิ่มขึ้นได้ ส่วนการแบ่งรับงาน EMC จะเน้นทำอาคารที่มีความสูงไม่มาก และ SANKENEMC จะเน้นงานที่อาคารสูงและมีความเฉพาะในเทคโนโลยีมากกว่า” นายชนะชัย กล่าว
อย่างไรก็ดี คาดว่าจะจัดตั้งบริษัทใหม่ที่มีทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 40 ล้านบาท ได้ภายในสิ้นปีนี้ และเริ่มรับงานได้ต้นปี 2557 โดยคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ปีแรกประมาณ 320 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจารับงานปรับปรุงระบบปรับอากาศภายในอากาศยานสุวรรณภูมิ และงานก่อสร้างตึกขนาดใหญ่ 2 งานของภาคราชการ
ทางด้านผลประกอบการ EMC ปีนี้บริษัทยังมีผลขาดทุนต่อ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากค่าแรงงานที่เพิ่มขึ้น ซึ่งค่าแรงคิดเป็นต้นทุนถึง 25% ของต้นทุนโดยรวม และปัจจุบันมีงานในมือ (แบ็กล็อก) 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้รายได้ส่วนใหญ่ในปีหน้า ส่วนงานใหม่ได้ยื่นประมูลงานภาครัฐและเอกชนรวม 45 งาน มูลค่าประมาณ 2,000-2,500 ล้านบาท คาดว่าจะรู้ผลประมูลภายในปีนี้
นอกจากนี้ บริษัทจะนำบริษัท ระยองไวร์ อินดัสตรีส์ (RWI) เข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ภายในไตรมาส 4 นี้







