
ไทยไม่ติดกลุ่มน่าลงทุน
ซีอีโอเอเชียเชื่อธุรกิจยังโต มีแผนลงทุนต่างประเทศ แต่ไทยไม่ติดกลุ่มน่าสนใจ
ซีอีโอเอเชียเชื่อธุรกิจยังโต มีแผนลงทุนต่างประเทศ แต่ไทยไม่ติดกลุ่มน่าสนใจ
นายศิระ อินทรกำธรชัย ประธานกรรมการบริหารและหุ้นส่วน บริษัท ไพร้ซ วอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส ประเทศไทย (PwC) เปิดเผยผลสำรวจซีอีโอในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จำนวน 478 คน ในเดือน มิ.ย.-ส.ค. 2556 ว่า ซีอีโอถึง 42% แสดงความมั่นใจการเติบโตธุรกิจใน 12 เดือนข้างหน้า เพิ่มจากผลสำรวจในปีที่ผ่านมา ที่เชื่อมั่นเพียง 36% ส่วนแนวโน้มเติบโตระยะ 3-5 ปี มีซีอีโอถึง 52% ที่มั่นใจ
นอกจากนี้ ซีอีโอถึง 68% ที่มีแผนจะขยายการลงทุนเพิ่มปีหน้า โดยส่วนใหญ่ยังมองว่าจีน (35%) และสหรัฐ (35%) เป็นตลาดหลักของการลงทุนในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
สำหรับออสเตรเลีย (29%) นิวซีแลนด์ (26%) อินโดนีเซีย (15%) และประเทศเศรษฐกิจหลักที่มีจุดแข็งทางภาคบริการ ได้แก่ ฮ่องกง (15%) และญี่ปุ่น (14%) ก็ยังเป็นแหล่งดึงดูดเงินลงทุน
นายศิระ กล่าวอีกว่า อินโดนีเซีย (19%) พม่า (11%) และจีน (8%) ยังถูกจัดอันดับให้เป็นม้ามืดทางเศรษฐกิจ โดยมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว
นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติที่การลงทุนจะไหลเข้าไปพม่า ส่วนการลงทุนในประเทศไทยก็ยังมีอยู่ แต่รูปแบบและประเภทอาจเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้น ซึ่งอนาคตต้องขยับขยายออกไปที่พม่าและอินโดนีเซีย เพราะยังมีแรงงานราคาต่ำอยู่
อย่างไรก็ดี รัฐบาลคงต้องเริ่มกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมของประเทศให้ชัดเจนว่าจะไปทางไหนแน่ เพื่อรักษาฐานการลงทุนที่มีอยู่ในประเทศไว้
นายสมมาต กล่าวด้วยว่า รัฐบาลต้องกำหนดนโยบายให้รอบคอบกว่าที่ผ่านมา และอยู่ที่รัฐบาลจะกล้าโฟกัสหรือไหมว่า ต่อไปอุตสาหกรรมที่อยู่ในประเทศไทยจะต้องไม่ใช้แรงงานเข้มข้นอีกแล้ว เพราะหากไม่กำหนดทิศทางให้ชัดเจน ก็อาจใช้เป็นนโยบายหาเสียงให้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกก็จะสะเทือนกับทุกธุรกิจ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี







