
หุ้นไทยปิดเด้ง 17.25 จุด
ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,451.91 จุด เพิ่มขึ้น 17.25 จุด หรือ 1.20% มูลค่าซื้อขาย 48,364.54 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นปิดที่ 1,451.91 จุด เพิ่มขึ้น 17.25 จุด หรือ 1.20% มูลค่าซื้อขาย 48,364.54 ล้านบาท
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า วันนี้ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนตัวในแดนบวกตลอด แต่ก็มีแรงสลับขายทำกำไรออกมาบ้าง ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นกลุ่ม TIP คือ ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ซึ่งมาจากปัจจัยที่ทางธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการเสนอชื่อนางเจเน็ต เยลเลน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเฟด คนต่อไป ทำให้ตลาดคาดหวังว่า เฟดจะเลื่อนการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ลง
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ปัจจัยดังกล่าวจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากปัจจัยที่จะมีผลกระเพื่อมต่อตลาดหุ้นที่แท้จริง คือ การติดตามว่าสหรัฐจะมีการชำระหนี้ในวันที่ 17 ต.ค. ที่จะถึงนี้หรือไม่ และอาจจะเพิ่มกรอบขยายเพดานหนี้ในระยะสั้น ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องติดตามว่าจะเป็นอย่างไรในสัปดาห์หน้า
ดังนั้น กลยุทธ์ในการลงทุนช่วงนี้ยังคงแนะนำกอดเงินสด 50% ที่เหลือเก็งกำไรหุ้นในช่วงที่ดัชนีลงให้ซื้อ ดัชนีขึ้นให้ขายในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะเริ่มมีการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 และกลุ่มที่มีช่วงไฮซีซั่นในปลายปี ซึ่งต้องเลือกเป็นรายกลุ่ม เช่น กลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มสนามบิน กลุ่มโรงแรม หรือกลุ่มส่งออกที่ตัวเลขการส่งออกเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ให้แนวต้านที่ 1,470 จุด และแนวรับ 1,430-1,440 จุด
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกคือ
TRUE มูลค่าการซื้อขาย 3,400 ล้านบาท ปิดที่ 9.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท (+5.08%)
KTB มูลค่าการซื้อขาย 2,431 ล้านบาท ปิดที่ 20.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.80 บาท (+4.06%)
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,345 ล้านบาท ปิดที่ 185.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.50 บาท (+3.64%)
SCB มูลค่าการซื้อขาย 2,091 ล้านบาท ปิดที่ 161.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท (+3.19%)
JAS มูลค่าการซื้อขาย 1,748 ล้านบาท ปิดที่ 9.70 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง







