posttoday
“กอบเกียรติ บุญธีรวร”ซีอีโอ AEC

“กอบเกียรติ บุญธีรวร”ซีอีโอ AEC

09 ตุลาคม 2556

“กอบเกียรติ บุญธีรวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เออีซี (AEC) หวนคืนวงการตลาดทุนมาอีกครั้ง พร้อมนำโบรกเกอร์ใหม่แห่งนี้ คือ ด้วยความไว้วางใจจาก “ประพล มิลินทจินดา” เจ้าของที่ซื้อหุ้น บล.ยูไนเต็ด มาจาก บล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย)

“กอบเกียรติ บุญธีรวร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เออีซี (AEC) หวนคืนวงการตลาดทุนมาอีกครั้ง พร้อมนำโบรกเกอร์ใหม่แห่งนี้ คือ ด้วยความไว้วางใจจาก “ประพล มิลินทจินดา” เจ้าของที่ซื้อหุ้น บล.ยูไนเต็ด มาจาก บล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย)

ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้อนุมัติให้ AEC ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมทั้งการชำระราคา ชายผู้นี้เริ่มงานในตลาดทุนครั้งแรกเมื่อปี 2532 ที่ บล.เอเซีย ดูทั้งงานวาณิชธนกิจ พอร์ต บล. พอร์ตลูกค้า ดูลูกค้ากลุ่มคนรวย เรียกได้ว่า 3-4 ปี ที่นั่นได้ทำอะไรหลายอย่าง จากนั้นขอพักงานเพื่อสร้างครอบครัว ว่างได้ไม่นานมีคนชวนให้ไปอยู่ บล.คาเธ่ย์ แคปปิตอล ให้มาเพิ่มลูกค้าสถาบันและลูกค้ารายบุคคล

ช่วงปี 2540 วิกฤตต้มยำกุ้งที่อารมณ์การลงทุนในตลาดหุ้นได้หายไป ได้ออกจากตลาดไป 2 ปี ก่อนที่จะกลับมาเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บล.ซิกโก้ ซึ่งตอนนั้นค่าธรรมเนียมนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์กลับมาคิดเป็นอัตราคงที่ 0.25% อีกครั้ง ทำให้กลับมาดูลูกค้ารายบุคคลด้วยและลูกค้าสถาบัน

เมื่อ บล.แอสเซท พลัส รวมกับ บล.เอเซีย กลายเป็น บล.เอเซีย พลัส ก็เป็นรองกรรมการผู้จัดการสายธุรกิจหลักทรัพย์ ก่อนที่จะขยับตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการ บล.ทีเอ็มบี แมคควอรี (ประเทศไทย) ที่ต้องการขยายฐานลูกค้ารายย่อย

ทำงานได้ 2 ปี ก็ออกไปที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) และ บล.กสิกรไทย จนในที่สุดมาเปิดบริษัท แคปปิตอล ลิงค์ แอดไวเซอร์ เพื่อมารับงานด้านวาณิชธนกิจและที่ปรึกษาการลงทุน จนกระทั่งล่าสุด “ประพล” ได้มาชวนให้ไปดูแล AEC

เขาตั้งเป้าว่าจะทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มเป็น 5% ภายใน 3 ปีข้างหน้า โดยตั้งเป้าหมายจะมีส่วนแบ่งการตลาดจากรายย่อย 23% ลูกค้ารายใหญ่ 1% และลูกค้าสถาบัน 1%

ความที่อยู่ในวงการตลาดทุนมานานแม้จะมีการย้ายงานในหลายโบรกเกอร์หลายสำนัก

“ปกติเป็นคนที่ขี้เบื่อ ชอบอะไรที่ท้าทายอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นที่มาทำให้เขาไปทำงานมาหลายที่”

เขากล่าวว่าสำหรับ AEC นั้น แตกต่างจากที่อื่น เพราะคลุกคลีตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งบริษัททั้งระบบงานหน้าบ้านหรือหลังบ้าน หาทีมงานจากสายสัมพันธ์ที่เคยร่วมงานกัน

การที่เป็นโบรกเกอร์ใหม่และมีเป้าหมายชัดเจนว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้าจะมีส่วนแบ่งการตลาด 5% จากรายย่อย 23% รายใหญ่ 1% และลูกค้าสถาบัน 1% เป็นการเติบโตรวดเร็ว

บริษัทมีสายสัมพันธ์ที่ดีทั้งจาก “ประพล” อีกทั้งบริษัทยังมีที่ปรึกษาบริษัทและกรรมการที่เป็นที่รู้จักหลายคน อาทิ สุรเกียรติ์ เสถียรไทย วีระศักดิ์โควสุรัตน์ และวิษณุ เครืองาม รวมถึงตัวเขาที่รู้จักคนในวงการที่ปรึกษาทางการเงินเก่า จึงคิดว่าน่าจะสามารถรวบรวมทีมงานและหาลูกค้าที่ถือว่าน่าจะมีความแข็งแกร่งได้ทีมหนึ่งในอุตสาหกรรม พร้อมกับชูจุดขายของบริษัทที่ทีมวิจัยก็ต้องมีการนำเสนอที่ชัดเจนเข้าใจง่าย

“ตัดสินใจเข้ามาดูแล AEC และถือหุ้นด้วย ต้องคลุกคลีและสร้างบ้านใหม่ตั้งแต่แรก โดยใช้ประสบการณ์ในวงการตลอดระยะ 20 ปีที่ผ่านมาการันตี”

ชายวัย 53 ปี คนนี้วางรากฐานและพยายามให้ AEC โตอย่างก้าวกระโดดในอนาคตได้อย่างมั่นคง แม้ว่าตนเองจะเกษียณงานไปแล้วก็ตาม

ในวันหยุดเขาชอบตีกอล์ฟกับเพื่อนๆ และรับประทานอาหารกับครอบครัว

“กอบเกียรติ” มีลูกชายและลูกสาวอย่างละ 1 คน ลูกชายจบปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาคภาษาอังกฤษ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝึกงานที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) เพราะสนใจเรื่องการลงทุน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมตัวสอบ GMAT ไปเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจ ส่วนลูกสาวยังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท