
THRELเทรดวันแรกล่าสุดราคาเพิ่มขึ้น14.74%
บริษัทไทยรีประกันชีวิต(THREL) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 9 ต.ค.นี้ ล่าสุดราคาเพิ่มขึ้น 14.74%
บริษัทไทยรีประกันชีวิต(THREL) เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ 9 ต.ค.นี้ ล่าสุดราคาเพิ่มขึ้น 14.74%
น.ส.ปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า บริษัทไทยรีประกันชีวิต (THREL) เป็นบริษัทธุรกิจประกันชีวิตลำดับที่ 3 ที่เข้าจดทะเบียนตลท. และเริ่มซื้อขายวันที่ 9 ต.ค.2556 โดย THREL เป็นบริษัทย่อยของบริษัทไทยรับประกันภัยต่อ (THRE) ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียน ที่เล็งเห็นความสำคัญของตลาดทุนจึงนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน
THREL ดำเนินธุรกิจรับประกันภัยต่อ สำหรับการประกันชีวิตทุกประเภท โดยมีฐานลูกค้าเป็นบริษัทประกันชีวิตในประเทศบริษัทมีรายได้หลักจากเบี้ยประกันภัยรับสุทธิ และการบริหารเงินลงทุน ซึ่งมาจากการกันเบี้ยประกันภัยรับเป็นเงินสำรองประกันชีวิต และนำไปลงทุนสร้างผลตอบแทนให้ครอบคลุมภาระที่จะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทมีทุนชำระแล้ว 600 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 590 ล้านหุ้นและหุ้นสามัญเพิ่มทุน 10 ล้านหุ้น โดยนำหุ้นจำนวน 295 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้ถือหุ้น THRE 118 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อประชาชน 177 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 9.50 บาท มีบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
นายสุรชัย ศิริวัลลภ ประธานกรรมการบริหาร THREL กล่าวว่า เงินที่ได้จะนำไปใช้ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเงินกองทุนให้เป็นไปตามเกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง และรองรับการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต โดยบริษัทเป็นบริษัทประกันชีวิตต่อบริษัทเดียวที่จดทะเบียนในประเทศไทย ดำเนินธุรกิจประกันภัยต่อด้านการประกันชีวิตทุกประเภท มีลูกค้าเป็นบริษัทประกันชีวิตทุกบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทย 24 บริษัท
สำหรับ ฐานะการเงิน ณ สิ้นปี 2555 มีสินทรัพย์ 1,407 ล้านบาท มีอัตราส่วนผลตอบแทนเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ 16.5% และอัตราส่วนผลตอบแทนเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 28.4% มีอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน 590% ทำให้บริษัทที่ส่งประกันชีวิตต่อที่ทำกับบริษัทจะถูกกำหนดความเสี่ยงหรือต้องตั้งสำรองระดับต่ำสุดที่ 1.6% เท่านั้น
ล่าสุด หุ้น THREL มีการซื้อขายที่ 10.90 บาท เพิ่มขึ้น 14.74% จากราคาที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปที่ 9.50 บาท







