posttoday
ธุรกิจส่วนตัวเหมาะกับเราไหม

ธุรกิจส่วนตัวเหมาะกับเราไหม

09 ตุลาคม 2556

คนจำนวนไม่น้อยที่ได้ตัดสินใจทำธุรกิจเอง เพราะเชื่อคำแนะนำของผู้อื่นเกี่ยวกับเรื่องดีๆ ของการเป็นนายจ้างตัวเอง แต่หลายคนก็ไม่อยากทำธุรกิจของตนเอง เพราะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ดีต่างๆ ในการทำธุรกิจเองมามากมาย ดังนั้นในโลกใบนี้จึงมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ไม่น่าจะทำธุรกิจของตัวเอง และก็ยังมีมนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยที่ยังเป็นลูกจ้างอยู่ ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นผู้ประกอบการเสียเอง

คนจำนวนไม่น้อยที่ได้ตัดสินใจทำธุรกิจเอง เพราะเชื่อคำแนะนำของผู้อื่นเกี่ยวกับเรื่องดีๆ ของการเป็นนายจ้างตัวเอง แต่หลายคนก็ไม่อยากทำธุรกิจของตนเอง เพราะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ดีต่างๆ ในการทำธุรกิจเองมามากมาย ดังนั้นในโลกใบนี้จึงมีผู้ประกอบการจำนวนมากที่ไม่น่าจะทำธุรกิจของตัวเอง และก็ยังมีมนุษย์เงินเดือนจำนวนไม่น้อยที่ยังเป็นลูกจ้างอยู่ ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นผู้ประกอบการเสียเอง

ตัวผมเองก็ทำงานธนาคาร อยู่ในแวดวงมนุษย์เงินเดือนเป็นหลัก ก็มักจะมีคำถามจากน้องๆ ทีมงาน เพื่อนๆ ร่วมงานถามกันอยู่บ่อยๆ ว่า ออกไปทำธุรกิจส่วนตัวดีไหม แล้วจะออกไปทำอะไรดี บางคนก็คิดออก บางคนก็ยังคิดไม่ออก คำตอบในลำดับต้นๆ ที่มักได้ยินคือไปเปิดร้านกาแฟ เป็นอะไรที่คล้ายๆ เวลาไปสั่งอาหารแล้วนึกอะไรไม่ออกก็สั่งกะเพราไก่ไข่ดาว ผมไม่ได้บอกว่าเปิดร้านกาแฟไม่ดีนะครับ แต่กำลังจะบอกว่า ถ้าคิดอะไรไม่ออกแล้วไปเปิดร้านกาแฟนั่นแหละที่ไม่ดี

ดังนั้น วันนี้จะไม่พูดว่าออกไปทำธุรกิจอะไรดี แต่จะพูดในสิ่งที่ควรคิดก่อนหน้านั้น คือ ออกไปทำธุรกิจส่วนตัวดีไหม

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ หยุดคิดให้รอบคอบก่อนที่จะลงมือทำธุรกิจอะไรด้วยตัวเอง สังเกตดูคนที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจมักเป็นคนที่ชอบคิด เรียกว่าเป็นนักคิดนักคำนวณผลลัพธ์ของการตัดสินใจในด้านต่างๆ ไว้ล่วงหน้า แล้วจึงค่อยลงมือทำ ไม่ใช่ลงมือทำไปเลยแล้วค่อยมาดูผลลัพธ์กัน โดยเฉพาะการทำธุรกิจตามกระแส

การเลือกทำธุรกิจส่วนตัวก็ไม่ต่างจากการเลือกคู่ครอง เพราะคุณสามารถประสบความสำเร็จ โชคดี หรือเผชิญกับความผิดหวังก็ได้ และการตัดสินใจมักถูกบดบังด้วยอารมณ์และสิ่งแวดล้อมเสมอ บางครั้งการตัดสินใจทำธุรกิจก็เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เหมือนชายหญิงที่รู้จักกันตั้งแต่เด็ก แล้วแต่งงานกันตอนโตโดยที่ไม่ต้องตรึกตรองอะไรมากมาย คนหลายคนก็ไม่ต้องใช้เวลาคิดทำธุรกิจให้ยาก เพราะได้คลุกคลีกับธุรกิจของที่บ้านมาตั้งแต่เด็ก เรียนจบมาก็ได้เจริญตามรอยพ่อ โดยไม่ต้องมาหยุดคิด หรือไตร่ตรองให้เสียเวลา

ผมเชื่อว่าก็มีอีกหลายคนที่ปรารถนาจะทำธุรกิจของตัวเอง แต่ที่บ้านไม่ได้ทำธุรกิจมาก่อน ก็เลยตัดสินใจไม่ถูกว่าต้องทำอะไร จึงจำเป็นต้องหยุดคิดให้รอบคอบก่อน ไม่ใช่กระโดดเข้าไปทำในธุรกิจนั้นเลย แล้วรอดูผลที่ออกมา

แล้วจะตัดสินใจอย่างไรว่าเราเหมาะที่จะทำธุรกิจส่วนตัวหรือไม่ ถ้าตัดสินใจว่าจะทำธุรกิจแล้ว ต้องมีวินัยกับการใช้ความคิดเพื่อตัดสินใจ เริ่มจากต้องใช้เวลากับมันทุกวัน แล้วปล่อยให้ความคิดนั้นสุกงอมตามเวลาสักระยะหนึ่ง การตัดสินใจที่ดีไม่เคยเกิดจากความคิดที่หุนหันพลันแล่น หากแต่เกิดจากการใช้เวลาตรึกตรองเปลี่ยนแปลงแก้ไข ต้องคิดถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นด้วย คือต้องพิจารณาถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

จุดประสงค์ที่ให้คำนวณความเสี่ยงนั้นไม่ใช่ว่าจะให้กำจัดมันทิ้งเสียให้หมด หากแต่ให้เราได้รับทราบถึงความเสียหายที่อาจจะเกิดล่วงหน้า จะได้ไม่เอาเงินทุนของเราไปเสี่ยงทั้งหมด และให้เสี่ยงในระดับที่เรารับได้

หยุดฟังความเห็นของคนอื่นๆ รอบข้าง ทั้งที่เป็นผู้รู้และไม่ใช่ผู้รู้ แน่นอนผู้รู้ต่างๆ สามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ธุรกิจโดยตรง แต่หลายต่อหลายครั้งผู้ไม่รู้ก็กลับให้มุมมองใหม่ๆ ที่แม้แต่ผู้รู้ก็คิดไม่ถึง

และที่สำคัญที่สุดคือห้ามคิดในใจ ต้องเขียนรายการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียให้หมด มันจะทำให้ทุกอย่างปรากฏชัดขึ้น ยิ่งเขียนเปรียบเทียบมากเท่าไร เชื่อเถอะครับโอกาสที่สมองเราจะแล่นก็มีมากเท่านั้น หลายครั้งที่ทุกอย่างจะปรากฏชัดเจน ถ้าเรามีรายการข้อดีและข้อเสียวางไว้ตรงหน้า

รู้จักคิดแล้วก็ต้องมารู้จักตัวเองว่าเราเหมาะที่จะทำธุรกิจของตัวเองไหม หรือที่เขาเรียกว่าเป็นผู้ประกอบการ ความหมายของคำว่าผู้ประกอบการตามพจนานุกรม หมายถึง “ผู้ที่จัดตั้ง เป็นเจ้าของ บริหาร รวมทั้งรับความเสี่ยงทั้งหมดของธุรกิจที่ประกอบอยู่” ถามใจตัวเองง่ายๆ เลยว่า ตัวเรานั้นกระหายหรือมีความสามารถที่จะสวมบทบาทดังกล่าวข้างต้นได้ทั้งหมดไหม จึงไม่แปลกเลยที่เราจะเห็นหรือได้เจอคนอีกจำนวนมากที่ต้องการทำธุรกิจเองแต่ไม่เคยเริ่มต้นสักที คนกลุ่มนี้ตกอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะพวกเขาก็ไม่สบายใจกับงานประจำที่ได้เงินเดือนแน่ๆ และจะต้องเลิกทำ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีความกล้าที่จะกระโดดลงไปทำธุรกิจเอง

การทำธุรกิจส่วนตัวแม้ว่าเราต้องมีความรู้ความสามารถในธุรกิจที่ทำแล้ว สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจสำเร็จอีกอย่างคือ สัญชาตญาณของผู้ประกอบการ เพราะสิ่งนี้จะทำให้เราสามารถตัดสินใจในเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะคนที่จะทำธุรกิจเองนั้น สำคัญที่สุดคือต้องรู้จักตนเอง (ประสบการณ์) และใช้สามัญสำนึก (ความฉลาด) ในการตัดสินใจทางธุรกิจ

ส่วนทักษะ ความสามารถด้านเทคนิคต่างๆ ของธุรกิจที่ทำ จริงๆ แล้วเรายังพอสามารถจ้างคนอื่นได้

ฟังดูเหมือนว่าทำไมต้องทำอะไรมากมายขนาดนั้น ต้องคิดมากมายอะไรขนาดนั้น ไม่ใช่นายธนาคารหรือนักการเงินนะถึงต้องมาทำหรือคิดมากมายขนาดนี้ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่กำลังตัดสินใจจะออกจากงานประจำ และมาลงทุนทำธุรกิจด้วยเงินทุนก้อนสุดท้ายในชีวิต และหวังว่าจะมีกระแสเงินสดจากกิจการดังกล่าวเพื่อเลี้ยงครอบครัวในอนาคต คุณจะเห็นว่าสิ่งที่ผมพูดไม่เยอะเลยเมื่อเทียบกับเดิมพันของคุณ

สำหรับใครที่มีฝันว่าอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ผมขอเป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จกันครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท