
MCผลธัญญะรายได้ต่ำเป้า
กำลังซื้อลดยันปีนี้กำไรยังไม่กระทบทุ่มลงทุนธุรกิจใหม่เสริมระยะยาว
กำลังซื้อลดยันปีนี้กำไรยังไม่กระทบทุ่มลงทุนธุรกิจใหม่เสริมระยะยาว
แม็คกรุ๊ปผลธัญญะ รายได้ปี 2556 สะดุด ทำได้ไม่ตามเป้า แต่กำไรยังโตได้ดี ทั้งสองบริษัทขยายธุรกิจใหม่
น.ส.สุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป (MC) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการติดตามการเติบโตของรายได้ในปี 2556 ว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 20% ได้หรือไม่ เนื่องจากกำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะโตกว่า 10% โดยในไตรมาส 4 นี้ คาดว่าจะมีรายได้ 1,000 ล้านบาท เทียบกับในงวด 9 เดือน ทำได้ 1,800 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไรยังเติบโตสูงถึง 20% ได้ เนื่องจากจุดขายของบริษัทเพิ่มขึ้น และมีกำไรสูงกว่าจุดขายในห้างสรรพสินค้า
น.ส.สุณี กล่าวอีกว่า บริษัทได้ไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) โดยตลอด ทั้งญี่ปุ่น สหรัฐ และขณะนี้ นางปรารถนา มงคลกุล ประธานกรรมการบริหารของบริษัท อยู่ระหว่างการโรดโชว์ในสิงคโปร์และฮ่องกง นอกจากนี้ ในเดือน พ.ย.มีแผนไปพบนักลงทุนในสหรัฐ ซึ่งผลจากการโรดโชว์พบว่านักลงทุนต่างชาติเข้ามาถือหุ้น 3% จากช่วงกระจายหุ้นไอพีโอไม่ได้จัดสรรให้กับนักลงทุนกลุ่มนี้ โดยมองว่าสัดส่วนต่างชาติที่เหมาะสมต้องการเห็นระดับ 10%
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจบริษัทมาก อย่างนักลงทุนในญี่ปุ่นชอบ เพราะบริษัทจ่ายปันผลสูงถึง 80% ของกำไรสุทธิ และนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นมาจ่ายปันผลไปแล้ว 2 ครั้ง จุดเด่นที่นักลงทุนต่างชาติมองคือ MC เป็นหุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศที่จะมีการเติบโตทั้งจากธุรกิจปกติและการซื้อกิจการ รวมถึงเห็นศักยภาพที่สามารถรุกธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มเออีซีได้ง่าย
“บริษัทใช้บริษัทย่อย ทุ่มเงินลงทุน 200 ล้านบาท ซื้อหุ้นบริษัท ไทม์ เดคโค คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในผู้นำธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์ดังชั้นนำจากทั่วโลก และเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ซึ่งเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ นอกจากจะเป็นการขยายธุรกิจของเราสู่ธุรกิจไลฟ์สไตล์อย่างเต็มตัวแล้ว ยังเกิดประโยชน์ด้านพันธมิตรที่ลงตัวสำหรับทั้งสองฝ่าย” น.ส.สุณี กล่าว
นายบุญชัย สุวรรณวุฒิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลธัญญะ (PHOL) กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทน่าจะมีรายได้ 800 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเห็นระดับ 1,000 ล้านบาท หรือโต 15% แต่กำไรจะโตไม่ต่ำกว่า 20%
สำหรับสาเหตุที่รายได้ไม่ถึงเป้าหมาย เนื่องจากการเข้าประมูลงานถุงมืออนามัยที่ใช้ในโรงพยาบาลมีปัญหาเรื่องการจัดหาสินค้า กว่าจะมีการประมูลรอบใหม่คือช่วงไตรมาส 4 นี้
“รายได้ปีนี้อาจไม่ได้ตามเป้า แต่ไม่กระทบถึงแผน 5 ปี (25562560) โดยยังคงเป้าหมาย 2,500 ล้านบาท ในจำนวนนี้ 500 ล้านบาท จะมาจากธุรกิจน้ำทั้งในและต่างประเทศที่บริษัทเพิ่งให้ความสำคัญในการลงทุน” นายบุญชัย กล่าว
ล่าสุดบริษัทเตรียมเซ็นสัญญาทำโครงการผลิตน้ำเพื่อใช้อุปโภคและบริโภคในเขตเทศบาลจังหวัดภาคเหนือ 1 โครงการ คาดว่าจะก่อสร้างได้เสร็จในกลางปี 2557 ใช้เงินลงทุนประมาณ 5060 ล้านบาท ซึ่งจะมีกำลังการผลิตน้ำ 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มีอายุสัญญาสัมปทาน 1520 ปี คาดจะสร้างรายได้ 15 ล้านบาทต่อปี คืนทุนได้ภายใน 6 ปี มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน 25%
นอกจากนี้ ยังมีแผนจะรุกธุรกิจน้ำไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยที่ผ่านมาได้ตั้งตัวแทนจำหน่ายธุรกิจน้ำในประเทศพม่า ชื่อบริษัท เอการ์ และคาดว่าจะเปิดบริษัทย่อยในกัมพูชาเร็วๆ นี้ และอยู่ระหว่างศึกษาการรุกไปยังเวียดนามและลาว
สำหรับธุรกิจหลักในการขายอุปกรณ์ความปลอดภัยในโรงงานอุตสาหกรรมและอุปกรณ์ควบคุมสภาวะแวดล้อม เริ่มได้รับผลกระทบจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเช่นอินโดนีเซียแทน ส่งผลต่อแนวโน้มการเติบโตอาจไม่สูง จึงเริ่มให้ความสำคัญกับธุรกิจน้ำ เช่น การรับงานบำบัดน้ำ การจำหน่ายเครื่องกรองน้ำ เพื่อจะทำให้บริษัทมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ







