
"พาณิชย์" ชูธงท่องเที่ยวกระตุ้นการค้าการลงทุนไทย-รัสเซีย
โดย...พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ
โดย...พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ
ตอนนี้ “รัสเซีย” ถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโตสูง และเป็นเป้าหมายสำคัญที่ภาครัฐของไทยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปขยายการค้าการลงทุน
เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดงานไทยแลนด์ วีก 2013 ณ กรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย โดยนำสินค้าและบริการของไทยไปจัดแสดง เน้นกลุ่มที่มีโอกาสเติบโตสูง เช่น สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าไลฟ์สไตล์ ธุรกิจสปา สินค้ายานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์
นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ให้ความสนใจและสนับสนุนธุรกิจไทยให้บุกตลาดรัสเซีย เนื่องจากเป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตสูง มีประชากรมากถึง 140 ล้านคน และเป็นศูนย์กลางกลุ่มประเทศประชาคมรัฐเอกราช (CIS) ทั้ง 12 ประเทศ เช่น ยูเครน เบลารุส คาซัคสถาน
“เราจะใช้การท่องเที่ยวเป็นตัวผลักดันให้เกิดการค้าและการลงทุน เมื่อเขามาเที่ยวเมืองไทย ได้รู้จัก ได้ลองใช้สินค้า และบริการ ก็หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการค้าระหว่างกันมากขึ้น และทำให้เกิดการลงทุนตามมา”
ทั้งนี้ ตั้งเป้าไว้ว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า มูลค่าการค้าระหว่างประเทศไทยและรัสเซียจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว แตะระดับ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากปี 2555 มีมูลค่า 5,189 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่ผ่านมาไทยเป็นฝ่ายเสียดุลการค้าให้รัสเซีย เนื่องจากสินค้าที่ไทยส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลไม้กระป๋องและแปรรูป และนำเข้าสินค้าพลังงาน น้ำมันดิบ เหล็ก และสินแร่ต่างๆ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า
ด้าน น.ต.อิทธิ ดิษฐบรรจง เอกอัครราชทูตประจำกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยสามารถผลักดันให้รัสเซียเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของไทย ส่วนไทยสามารถเป็นแหล่งอาหารสำคัญให้กับประเทศรัสเซียได้ ขณะเดียวกันควรมองโอกาสส่งออกสินค้าไปยังรัสเซียเพิ่มขึ้นด้วย เพราะเป็นตลาดขนาดใหญ่ มีกำลังซื้อสูง
สำหรับกลยุทธ์ใช้การท่องเที่ยวเป็นตัวจุดประกายให้เกิดการค้าและการลงทุนตามมานั้นถือว่าเหมาะสมและตรงจุด เพราะปัจจุบันชาวรัสเซียชอบไปเที่ยวเมืองไทยมาก หรือมีประมาณกว่า 1 ล้านคนต่อปี โดยช่วง 78 เดือนแรกของปีนี้ ไทยดึงนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียได้แล้ว 1.06 ล้านคน ซึ่งเกือบจะถึง เป้าหมายทั้งปีที่ 1.4 ล้านคน และมีความเป็นไปได้ว่าจะสูงถึง 1.5 ล้านคน ทั้งนี้ เพื่อรองรับกับตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตดี การบินไทยควรจะเพิ่มเที่ยวบินให้มากกว่านี้ จากปัจจุบันมีเพียง 6 เที่ยว/สัปดาห์เท่านั้น
“คนรัสเซียที่ไปเที่ยวเมืองไทย เมื่อเห็นสินค้าดีๆ ก็จะนำเข้ามาขาย มีสินค้าหลายอย่างที่ได้รับความนิยม แต่เราคาดไม่ถึง เช่น ปลาแห้ง คนรัสเซียชอบเมืองไทยและอาหารไทยมาก”
ขณะเดียวกัน ศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ แนะนำว่า สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการไทยควรให้ความสำคัญก่อนเจาะตลาดรัสเซีย คือ การหาพันธมิตรชาวรัสเซียเพื่อให้เป็นตัวแทนนำสินค้าไทย ไปจำหน่าย ส่วนประเด็นเรื่องภาษาซึ่งผู้ประกอบการไทยกังวล เนื่องจากชาวรัสเซียส่วนใหญ่จะสื่อสารโดยใช้ภาษารัสเซียนั้น ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ เพราะสามารถใช้ล่ามหรือนักศึกษาไทยที่มาศึกษาต่อ ในประเทศรัสเซียเข้ามาช่วยปิดจุดเสี่ยงด้านนี้ได้
“อยากจะฝากถึงผู้ประกอบการชาวไทยว่า ตลาดรัสเซียเปิดรับแบรนด์ไทย เขาไม่ปฏิเสธแบรนด์ไทย แต่สิ่งสำคัญอันดับแรก คือ ต้องสู้ไม่ถอย การเจาะตลาดอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เมื่อทำได้แล้ว ก็เป็นโอกาสที่ดี เพราะมีการเติบโตสูง”
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ยังเตือนว่า ก่อนจะเข้ามาชิงเค้กก้อนโต ผู้ประกอบการควรจะเตรียมตัวและศึกษาให้พร้อม ในเรื่องของภาษา กฎระเบียบของรัสเซียว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง หลังเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และระบบการชำระเงิน ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีธนาคารพาณิชย์ของไทยเข้ามาเปิดสาขา แต่เชื่อว่าหากธนาคารเข้ามาจะสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ให้กับตลาดการค้าระหว่างไทยและรัสเซียได้







