posttoday
ส่งเสริมลงทุน (ใหม่)

ส่งเสริมลงทุน (ใหม่)

07 ตุลาคม 2556

สัปดาห์ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้ประกาศตัวเลขการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ โดยคำขอการลงทุนปีนี้เมื่อเทียบกับปี 2555 ติดลบค่อนข้างมาก กล่าวคือ มีคำขอการลงทุน 780 โครงการ ลดลง 17.5% คิดเป็นมูลค่า 3.16 แสนล้านบาท ลดลง 18.3% โดยโครงการซึ่งยื่นคำขอการลงทุนมาจากนักลงทุนประเทศญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 53% แต่เมื่อเทียบกับปีที่แล้วก็ถือว่ายังลดลง 22.5% หากเป็นมูลค่า ติดลบร้อยละ 13.0 ส่วนนักลงทุนอันดับ 2 เป็นประเทศยุโรป 12% เทียบกับปีที่แล้วลดลง 22.9% หากคิดในเชิงมูลค่าติดลบถึงร้อยละ 40.0 อันดับที่ 3 เป็นนักลงทุนจากประเทศกลุ่มอาเซียน ส่วนใหญ่คือประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย มีคำขอรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 10% ลดลง 31.6% ในเชิงมูลค่าติดลบร้อยละ 6.50 ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ขอรับการส่งเสริมในระดับรองลงมา คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน รวมกันมีสัดส่วน 17%

สัปดาห์ที่ผ่านมาทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้ประกาศตัวเลขการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ โดยคำขอการลงทุนปีนี้เมื่อเทียบกับปี 2555 ติดลบค่อนข้างมาก กล่าวคือ มีคำขอการลงทุน 780 โครงการ ลดลง 17.5% คิดเป็นมูลค่า 3.16 แสนล้านบาท ลดลง 18.3% โดยโครงการซึ่งยื่นคำขอการลงทุนมาจากนักลงทุนประเทศญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ถึง 53% แต่เมื่อเทียบกับปีที่แล้วก็ถือว่ายังลดลง 22.5% หากเป็นมูลค่า ติดลบร้อยละ 13.0 ส่วนนักลงทุนอันดับ 2 เป็นประเทศยุโรป 12% เทียบกับปีที่แล้วลดลง 22.9% หากคิดในเชิงมูลค่าติดลบถึงร้อยละ 40.0 อันดับที่ 3 เป็นนักลงทุนจากประเทศกลุ่มอาเซียน ส่วนใหญ่คือประเทศสิงคโปร์และมาเลเซีย มีคำขอรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 10% ลดลง 31.6% ในเชิงมูลค่าติดลบร้อยละ 6.50 ส่วนประเทศอื่นๆ ที่ขอรับการส่งเสริมในระดับรองลงมา คือ ประเทศสหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน รวมกันมีสัดส่วน 17%

ทั้งนี้ การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่เป็นการขยายโรงงาน ซึ่งมีอยู่แล้วในไทยถึง 60% และเป็นการผลิตเพื่อส่งออก

ความเห็นส่วนตัวของผม ไม่ควรกังวลกับตัวเลขที่ติดลบข้างต้นจนเกินไป แต่ประเทศไทยควรมียุทธศาสตร์การปรับเปลี่ยนการส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ซึ่งไทยขาดแคลนแรงงานและเป็นแรงงานที่ไม่ใช่ราคาถูกอีกต่อไป

นอกจากนี้ ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทยในอนาคต เช่น ปัญหาผังเมือง ไม่เอื้อต่ออุตสาหกรรม ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม การขาดแคลนทรัพยากรธรรมชาติ ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านคุณภาพชีวิต รวมทั้งปัญหาด้านพลังงาน โดยเฉพาะค่าจ้างขั้นต่ำกลายเป็นประเด็นหาเสียงทางการเมือง ทั้งหมดที่กล่าวถึงเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างและต้นทุน ซึ่งจะส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเฉพาะเมื่อเปิดเสรี AEC ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านและสมาชิกอาเซียนโดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม และกัมพูชา กำลังมาแรงและจะเป็นประเทศคู่แข่งที่สำคัญในการลงทุน (ในอนาคตอันใกล้)

ทิศทางการส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอ ควรจะต้องมีการปรับเปลี่ยน ไม่เน้นเชิงปริมาณ แต่ต้องเน้นเชิงคุณภาพของนักลงทุน โดยประการสำคัญต้องส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอี และ ไม่ควรส่งเสริมให้นักลงทุนต่างชาติ ทั้งนักลงทุนใหม่และนักลงทุนเก่า ซึ่งมาลงทุนแข่งขันกับผู้ประกอบการไทย ทั้งด้านการแย่งแรงงานและแข่งขันด้านราคา รวมถึงในตลาดต่างประเทศและตลาดส่งออก

สำหรับนักลงทุนต่างชาติควรเลือกเฉพาะอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมต้นน้ำที่ต้องใช้เงินลงทุนขนาดใหญ่ หรืออุตสาหกรรมประเภทอู่ต่อเรือ อากาศยาน อุตสาหกรรมแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร รวมถึงอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตพลังงานทางเลือก ขณะเดียวกันการส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการไทย ควรเน้นในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับแฟชั่น การสร้างแบรนด์ อุตสาหกรรมบันเทิงและสร้างสรรค์ต่างๆ รวมถึงด้านบริการทั้งด้านโลจิสติกส์ ด้านท่องเที่ยว ด้านการศึกษา ฯลฯ

ต้องยอมรับว่าการส่งเสริมการลงทุนในอนาคตยังมีบทบาทที่สำคัญต่อการรองรับแรงงานใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบในแต่ละปี ซึ่งที่ผ่านมาบีโอไอถือเป็นหน่วยงานที่มีส่วนผลักดันทำให้ภาคอุตสาหกรรมของไทยเข้มแข็ง มีสัดส่วนอยู่ในภาคการส่งออกถึงประมาณร้อยละ 8485 และทำให้ประเทศไทยไม่มีปัญหาการว่างงาน แต่ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไป จำเป็นที่ไทยต้องปรับแนวทางการส่งเสริมการลงทุนแบบคิดใหม่...ทำใหม่ โดยให้ความสำคัญต่อผู้ประกอบการไทยและเอสเอ็มอีเป็นอันดับต้นๆ เพื่อที่จะให้สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเอง และควรกระจายการลงทุนไม่ให้กระจุกตัวทั้งในด้านประเทศที่เข้ามาลงทุนและประเภทสินค้า ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยมีความยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท