posttoday
ปิดหน่วยงานรัฐและปัญหาเพดานหนี้สหรัฐเป็นโอกาสลงทุน

ปิดหน่วยงานรัฐและปัญหาเพดานหนี้สหรัฐเป็นโอกาสลงทุน

07 ตุลาคม 2556

ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่วิตกกังวลกับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานภาครัฐบางส่วนและหนี้สาธารณะของสหรัฐที่ใกล้ชนเพดานเต็มแก่ แต่ผมยังมองในแง่ดีว่า สุดท้ายสภาคองเกรสจะตกลงกันได้

ขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่วิตกกังวลกับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานภาครัฐบางส่วนและหนี้สาธารณะของสหรัฐที่ใกล้ชนเพดานเต็มแก่ แต่ผมยังมองในแง่ดีว่า สุดท้ายสภาคองเกรสจะตกลงกันได้

สหรัฐเคยผ่านสถานการณ์ปิดหน่วยงานภาครัฐบางส่วนมาแล้วถึง 17 ครั้ง น่าสังเกตว่า 1 สัปดาห์หลังปิด ดัชนีดาวโจนส์บวก 1% โดยเฉลี่ย! ยิ่งผ่านไป 2 สัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ยิ่งบวกมากขึ้นเป็น 1.8% โดยเฉลี่ย! เป็นไปได้ว่า เมื่อเวลาผ่านไปหน่วยงานภาครัฐก็กลับมาเปิดให้บริการ หรือนักลงทุนเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากฝ่ายการเมือง ตลาดหุ้นจึงตอบรับเชิงบวกเป็นส่วนใหญ่

ส่วนการเพิ่มเพดานหนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่านั้นมาก ครั้งที่ดูเสี่ยงสุดคือเมื่อเดือน ส.ค. 2554 ที่สถานการณ์เลยเถิดถึงขั้นที่สถาบันจัดอันดับเครดิต S&P หั่นเรตติ้งสหรัฐลง 1 ขั้น ดัชนีดาวโจนส์ดิ่งแรง 3 วัน รวม 10% แต่ราคาหุ้นก็กลับขึ้นมาสูงกว่าเดิมเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน

นักการเมืองสหรัฐคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ จึงมีความเป็นไปได้ต่ำที่เหตุการณ์ทั้งสองจะลากยาวจนเกิดผลลบ ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอแรง หรือความโกลาหลจากการผิดนัดชำระหนี้

กรณีการปิดหน่วยงานรัฐและการเจรจาขยายเพดานหนี้เกิดยืดเยื้อจนฉุดการฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐ แผนการลดทอน QE ของเฟดจะถูกเลื่อนออกไปโดยปริยาย ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านล่างของตลาดหุ้น

การปรับฐานของตลาดหุ้นบ้านเราจากเหตุภายนอกดังกล่าว จึงเป็นโอกาสในการทยอยเลือกเก็บหุ้นพื้นฐานดี ยิ่งราคาหุ้นถอยแรงเกินเหตุ ยิ่งน่าสนใจ หุ้นที่อยู่ในข่ายนี้ได้แก่

หุ้นที่ผลประกอบการครึ่งปีหลังมีแนวโน้มโดดเด่น เช่น หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น AOT CENTEL นักท่องเที่ยวเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากการเติบโตของคนชั้นกลางในแถบเอเชียโดยเฉพาะจีน การเติบโตของสายการบินต้นทุนต่ำ กระแส AEC ส่วนหุ้น THCOM ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้งานดาวเทียมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก จนช่องสัญญาณไม่เพียงพอ แม้รวมดาวเทียมไทยคม 6 ที่จ่อยิงก่อนสิ้นปีนี้

หุ้นที่กำไรมีความแน่นอนสูง แถมปันผลก็สูงด้วย เช่น INTUCH BTS ความเสี่ยงจากสหรัฐไม่ได้ทำให้คนไทยหยุดใช้โมบายโฟนที่กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของคนไทยไปแล้วก็ว่าได้ ขณะที่การใช้งานรถไฟฟ้าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ไปแล้ว และมีแต่จะใช้งานมากขึ้น เมื่อรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ๆ ทยอยเสร็จก็จะป้อนคนกลุ่มใหม่ๆ เข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าปัจจุบัน

หุ้นที่มีแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน เช่น LH JAS CPN HMPRO SPGC QH TICON โครงสร้างทางการเงินจะแข็งแรงมากขึ้น จ่ายปันผลได้มากขึ้น และมีเงินทุนกลับไปลงทุนในโครงการใหม่เพื่อสร้างผลตอบแทนกลับมายังผู้ถือหุ้นในระยะถัดไป

วิกฤต คือ โอกาส พบกันใหม่ครั้งหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน