posttoday
รวยด้วยบ้าน

รวยด้วยบ้าน

07 ตุลาคม 2556

คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า นอกเหนือจากการลงทุนในรูปแบบที่เรารู้จักกันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นก็ดี ตราสารหนี้ก็ดี หรือตราสารอนุพันธ์ต่างๆ ที่เรียกว่าเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Assets) แล้ว ยังมีการลงทุนทางเลือก (Alternative Investments) ที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากทีเดียว แถมยังช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนได้ดีอีกด้วย

คุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า นอกเหนือจากการลงทุนในรูปแบบที่เรารู้จักกันทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นก็ดี ตราสารหนี้ก็ดี หรือตราสารอนุพันธ์ต่างๆ ที่เรียกว่าเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน (Financial Assets) แล้ว ยังมีการลงทุนทางเลือก (Alternative Investments) ที่ให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจมากทีเดียว แถมยังช่วยกระจายความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนได้ดีอีกด้วย

ที่เป็นเช่นนี้เพราะการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกนั้น มักมีการเคลื่อนไหวของอัตราผลตอบแทนที่มีทิศทางที่ตรงข้ามกันกับสินทรัพย์ทางการเงิน ดังนั้นจึงสามารถลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้ เช่น ถ้าราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนัก ผู้ลงทุนก็ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกมาชดเชยกันได้ค่ะ

สินทรัพย์ทางเลือกที่ว่านี้มีทั้งการลงทุนในสังหาริมทรัพย์ประเภทของสะสมต่างๆ อย่างเช่น ภาพเขียน วัตถุโบราณ งานศิลปะ เหรียญหรือแสตมป์ รวมไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) ประเภท ทองคำ เป็นต้น มักให้ผลตอบแทนในลักษณะที่เป็นการเก็งกำไรส่วนต่างจากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต และยังเป็นการรักษาความมั่งคงให้กับผู้ถือครองในระยะยาว อีกทั้งยังช่วยป้องกันความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อได้ดีทีเดียว

ส่วนสินทรัพย์ทางเลือกอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate) ประเภทบ้านและคอนโดมิเนียม โดยได้รับผลตอบแทนในลักษณะที่เป็นการเก็งกำไรส่วนต่าง จากราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป เฉกเช่นเดียวกับหุ้น หรือสินทรัพย์ทางเลือกอื่นๆ และยังให้ผลตอบแทนจากการเก็บเกี่ยวรายได้จากค่าเช่าได้อีกด้วย

แถมยังเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสขาดทุน หรือมูลค่าลดลงจนเหลือศูนย์แบบหุ้นแทบจะไม่มี เพราะบ้านและคอนโดเป็นสินทรัพย์ที่มีจำนวนอยู่จำกัด โดยเฉพาะในทำเลที่เป็นที่ต้องการ เช่น ใกล้ระบบคมนาคม และสาธารณูปโภคที่สำคัญ ฯลฯ เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และมีคุณค่าในด้านจิตใจ ย่อมเกิดเป็นแรงผลักดัน (Demandpull) ให้ราคามีการปรับตัวสูงขึ้นตลอด

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในหุ้นหรือบ้านก็ตามที เราควรคำนึงถึงความแตกต่างบางประการที่ไม่เหมือนกันด้วยค่ะ เช่น การลงทุนในหุ้นจะมีข้อดีในแง่ที่สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือกันได้ทันทีเมื่อต้องการ รวมถึงมีต้นทุนในการซื้อขาย หรือเก็บรักษาที่ต่ำกว่า แตกต่างจากบ้านและคอนโดที่มีสภาพคล่องต่ำ การซื้อขายเปลี่ยนมือต้องใช้เวลาพอสมควร แถมยังมีต้นทุนในการดูแลรักษาที่สูงกว่า

ดังนั้น การเลือกซื้อบ้านและคอนโดจึงควรต้องอยู่ในทำเลที่ดีมีศักยภาพ มีแนวโน้มการขยายตัวของเมือง โดยพิจารณาจากสาธารณูปโภค และระบบการคมนาคมที่หลากหลาย รวมถึงสภาพแวดล้อมและลักษณะทางกายภาพที่ดี ทั้งนี้ยังต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการถือครองให้สอดคล้องกับช่วงเวลาของแผนการลงทุน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า จึงจะทำให้เราเรียกได้ว่า “รวยด้วยบ้าน” ได้อย่างแท้จริงค่ะ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า