
เกษตรกรรมเชิงธุรกิจปลูกผัก...ก็รวยได้
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
ธุรกิจติดดาวสัปดาห์นี้จะพาไปพบกับโครงการ “สร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่” ในนิคมเศรษฐกิจพอเพียง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งถือเป็นโครงการจากความร่วมมือของ 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่ลงนามความร่วมมือตั้งแต่ปี 2550
ประเวทย์ ใจฝั่น จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา อาจารย์ผู้สอนด้านการเกษตรในโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ กล่าวว่า การเรียนในโครงการนี้ แตกต่างจากการเรียนในอดีตตรงที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในหลายด้าน และเรียนแบบ “Learning by Doing” หรือเรียนด้วยการกระทำมากขึ้นด้วย นั่นคือ การลงพื้นที่จริง
“เกษตรกรที่เข้าเรียนในโครงการนี้จะมีแปลงปฏิบัติเป็นของตัวเอง พร้อมกับต้องคิดคำนวณต้นทุนในการผลิตด้วย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ”
ทั้งนี้ สกว.เข้ามาสนับสนุนในด้านการวิจัย องค์ความรู้ต่างๆ และด้านการรวมกลุ่มกัน เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองให้กับเกษตรกร ส่วนหลักสูตรมีด้วยกัน 2 ลักษณะ ได้แก่ หลักสูตรแรกโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ รับเกษตรกรเข้ามาฝึกอบรม 2 เดือน และลงแปลงปฏิบัติอีก 4 เดือน
ด้านหลักสูตรสอง โครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรมืออาชีพ เรียนกับวิทยาลัยเกษตรทั้งในระดับ ปวช.และ ปวส. ซึ่งจะเลือกลงในจังหวัดใดที่ ส.ป.ก.มีที่ดินก็ได้ โดย ส.ป.ก.และ สกว. ลงมติร่วมกันแล้วว่า จะให้ 2.5 ไร่ต่อคน โดยเกษตรกรจะต้องเขียนแผนอาชีพ ใน 1 แปลงจะต้องแบ่งสัดส่วนการปลูกผลผลิต ไม่ควรทำพืชเชิงเดี่ยว และวางแผนเก็บเกี่ยวให้มีรายได้ต่อเนื่อง พร้อมสร้างมาตรฐานให้ได้อย่างน้อยในระดับ GAP หรือจะยกระดับด้วยการทำผักอินทรีย์ คือ ไม่มีสารเคมีเลย
ในเชิงการรวมกลุ่ม นอกจากเพิ่มอำนาจการต่อรองแล้ว ยังมีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการหลายคน หันมารวมกลุ่มกันจัดทำผลผลิตแปรรูป “สลัดผักปลอดสาร” จำหน่ายด้วย โดยแบ่งหน้าที่กันระหว่างกลุ่มผลิตผัก กลุ่มทำน้ำสลัด และกลุ่มทำการตลาด ซึ่งถือเป็นแนวคิดที่ทำให้เห็นพลังการขับเคลื่อนของเกษตรกรรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี
ด้านเกษตรกรรุ่นใหม่ อนงค์ ไพรนอก เกษตรกรในโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ รุ่นที่ 1 จากมหาวิทยาลัยสีคิ้ว เล่าว่า เลือกปลูกผักกินใบ หรือผักสลัด 89 ชนิด แม้ว่าอาชีพเกษตรกรจะพึ่งพาธรรมชาติ แต่ถ้าวางแผนให้ดี ก็จะมีกินตลอดปี ปัจจุบันมีรายได้ช่วงหน้าฝนประมาณ 1.52 หมื่นบาทต่อเดือน ถ้าเป็นหน้าหนาวและหน้าแล้ง รายได้ 3.54 หมื่นบาทต่อเดือน
เรียม ขอสินกลาง เกษตรกรในโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ รุ่นที่ 3 จากมหาวิทยาลัยสีคิ้ว เล่าว่า เลือกปลูกพืชผักหมุนเวียนที่สามารถขายได้ง่ายๆ เช่น ถั่วแขก ผักชี แตง เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาดุก ปัจจุบันทดลองปลูกแก่นตะวัน ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม เพราะมีสรรพคุณที่ดีหลายด้านและมีราคาที่ดีมาก ราคาขายส่งกิโลกรัมละ 80100 บาท
ประภัสสร ศิริ เกษตรกรในโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ หลักสูตรมืออาชีพ จากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา เล่าว่า ปัจจุบันทำการเกษตรอินทรีย์ เน้นปลูกพืชผักเมืองหนาว ผักสลัดชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค คอส เบบี้คอส พริก ซึ่งถือว่ามีรายได้ที่ดีมาก เลี้ยงดูครอบครัวได้
อรรถพล เสียมกำปัง อยู่ระหว่างศึกษาหลักสูตรมืออาชีพ ในโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ ระดับชั้น ปวส. วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา กล่าวว่า เพิ่งได้รับการจัดสรรที่ดิน 2.5 ไร่ จาก ส.ป.ก.ได้วางแผนทำเกษตรอินทรีย์ในแบบผสมผสาน ทั้งปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ ตั้งเป้ารายได้ 3 หมื่นบาทต่อเดือน ในช่วงฤดูหนาวและร้อน ส่วนช่วงฤดูฝน มีรายได้ 1.52 หมื่นบาทต่อเดือน







