posttoday
บาทจ่อแข็ง ผวาสหรัฐถูกหั่นเรทติ้ง

บาทจ่อแข็ง ผวาสหรัฐถูกหั่นเรทติ้ง

06 ตุลาคม 2556

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับไทยอย่างใกล้ชิด หากรัฐสภาสหรัฐไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ 14.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐได้ ก็จะทำให้สหรัฐชำระหนี้คืนไม่ได้จนส่งผลให้อันดับเครดิตประเทศถูกลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ดอกเบี้ยสหรัฐสูงขึ้นและก่อให้เกิดวิกฤตตามมามากมาย

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ติดตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับไทยอย่างใกล้ชิด หากรัฐสภาสหรัฐไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ 14.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐได้ ก็จะทำให้สหรัฐชำระหนี้คืนไม่ได้จนส่งผลให้อันดับเครดิตประเทศถูกลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ดอกเบี้ยสหรัฐสูงขึ้นและก่อให้เกิดวิกฤตตามมามากมาย

นอกจากนี้ สศค.ยังได้ติดตามถึงมาตรการคิวอี ซึ่งขณะนี้ตลาดและนักลงทุนเชื่อว่าสหรัฐไม่กล้าลดขนาดลงเร็วๆ นี้ ซึ่งจะมีผลให้เงินทุนไหลกลับเข้ามาในภูมิภาคนี้ รวมทั้งไทย ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะกระทบเศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาสล่าสุดเพียง 0.1% เท่านั้น และจะไม่มีผลต่อเอกชนไทย แต่จะต้องติดตามสถานการณ์เงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างใกล้ชิดเป็นรายวัน เพราะเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท

จ่อปรับดอกเบี้ยนโยบายรับ ศก.ขาลง

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า การชะลอตัวของการใช้จ่ายในประเทศเป็นปัจจัยสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะเป็นแรง จูงใจให้ภาคเอกชนขยายการลงทุน ซึ่งสามารถทำได้เนื่องจากอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง สะท้อนภาพของกำลังซื้อที่ลดลง

เด้งปลัดคลังเข้ากรุ

ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ก็มีมติเห็นชอบให้โอนย้ายนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) หลังจากมีข่าวลือออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งปลัดคนใหม่แทนและยังไม่มีการแต่งตั้งผู้รักษาการ

สาเหตุที่ต้องย้ายนายอารีพงศ์ เพราะรัฐบาลไม่วางใจในการทำงานและไม่พอใจที่ไม่สามารถจัดการเรื่องแหล่งเงินในการรับจำนำข้าวและยื้อเวลาลงนามเงินกู้น้ำ 3.5 แสนล้านบาท

ขณะที่ตัวเก็งที่จะเป็นปลัดกระทรวงการคลัง คือ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ รองปลัดกระทรวงการคลัง นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ตลาดหุ้นผันผวนและซึมลง

ด้านภาวะตลาดหุ้นไทยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นปิดที่ระดับ 1,427.72 จุด เพิ่มขึ้น 0.72% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 15.43% จากสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ 33,851.76 ล้านบาท

ตลาดหุ้นทั่วโลกไม่ตกใจกรณีสหรัฐปิดหน่วยงานรัฐทันที หลังจากงบประมาณปี 2557 ไม่ผ่านสภา โดยตลาดคาดว่าในที่สุดก็จะตกลงกันได้ และปัญหาที่เกิดขึ้นอาจส่งผลให้การปรับลดขนาดคิวอีเลื่อนออกไป

อย่างไรก็ดี นักลงทุนก็ยังไม่กล้าลุยซื้อหุ้นมากนัก เนื่องจากรอความชัดเจนเรื่องการขยายเพดานหนี้ที่จะถึงเส้นตายวันที่ 17 ต.ค.นี้ หากตกลงกันไม่ได้ก็จะนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้และประเทศอาจจะถูกลดอันดับเครดิต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อตลาดเงิน ตลาดทุนอย่างรุนแรง

ขายกองทุนรวมข้ามประเทศในอาเซียน

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.ได้ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนมาเลเซียและสิงคโปร์ลงนามในบันทึกความเข้าใจในการกำหนดแนวทางการยอมรับมาตรฐานหน่วยลงทุนซึ่งกันและกัน เพื่อเปิดให้มีการเสนอขายกองทุนรวมข้ามประเทศในอาเซียนได้ สำหรับนักลงทุนทั่วไป และคาดว่าจะเริ่มได้ภายในครึ่งแรกของปี 2557

อนุพันธ์ซื้อขายเพิ่ม 63%

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ในช่วง 9 เดือนของปี 2556 TFEX มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 71,649 สัญญาต่อวัน เพิ่มขึ้น 63% จาก 43,823 สัญญาต่อวัน ในปี 2555 โดยมีปริมาณการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 13,183,321 สัญญา ส่วนเพิ่มมาจาก Stock Futures และ SET50 Futures พบว่า มีมูลค่ารวมสูงถึง 29,430 ล้านบาทต่อวัน เพิ่มขึ้น 34% จาก 22,037 ล้านบาทต่อวันในปี 2555

สำหรับไตรมาสสุดท้ายของปี TFEX จะร่วมมือกับธนาคารกรุงไทยเพิ่มการให้บริการแลกเงินดอลลาร์สหรัฐแก่ผู้ที่ซื้อขาย USD Futures ในวันซื้อขายวันสุดท้ายของสัญญา โดยผู้ลงทุนสามารถขอรับหลักฐานแสดงการซื้อขายจากโบรกเกอร์เพื่อนำไปแสดงกับธนาคารกรุงไทยในการขอแลกเงินดอลลาร์สหรัฐ บริการนี้จะช่วยให้การบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย USD Futures ครบวงจรยิ่งขึ้น

BMCL เพิ่มทุน 8,550 ล้านบาท

คณะกรรมการ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 11,950 ล้านบาท เป็น 20,500 ล้านบาท โดยการออกหุ้นใหม่จำนวน 8,550 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท แบ่งขายจำนวน 2,000 ล้านหุ้น ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมที่มีชื่อในสมุดทะเบียนวันที่ 19 พ.ย.นี้ ในสัดส่วน 5.975 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 1 บาท กำหนดชำระเงินในวันที่ 29 ธ.ค. 2556

นอกจากนี้ บริษัทจะขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) ในราคาหุ้นละ 1 บาท ให้แก่บริษัท ช.การช่าง (CK) จำนวน 4,200 ล้านหุ้น และจัดสรรจำนวน 2,350 ล้านหุ้น ให้แก่เจ้าหนี้สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ทหารไทย กรุงศรีอยุธยา และธนชาต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท