posttoday
ลุ้นคองเกรสสรุปงบ ดัชนีหุ้นบวกช่วงสั้น ระวังดิ่งก่อนกลางต.ค.

ลุ้นคองเกรสสรุปงบ ดัชนีหุ้นบวกช่วงสั้น ระวังดิ่งก่อนกลางต.ค.

05 ตุลาคม 2556

ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้น แม้ว่าสหรัฐจะไม่สามารถผ่านงบประมาณได้ทันกำหนดวันที่ 30 ก.ย.

ทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาแกว่งตัวขึ้น แม้ว่าสหรัฐจะไม่สามารถผ่านงบประมาณได้ทันกำหนดวันที่ 30 ก.ย. และหน่วยงานบางแห่งต้องปิดตัวลง ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับตัวขึ้นดีกว่าตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวลงแรง โดยความเสี่ยงของสหรัฐที่ไม่สามารถผ่านงบประมาณได้ ส่งผลให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงและหนุนให้เงินสกุลในเอเชียแข็งค่าขึ้น เป็นปัจจัยเสริมเงินทุนไหลเข้า อย่างไรก็ตาม แรงซื้อสุทธิใน SET Index สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่ได้เกิดจากนักลงทุนต่างชาติ แต่เป็นแรงซื้อของนักลงทุนสถาบันเป็นหลัก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นผลมาจากการซื้อคืนหุ้นที่ Short ไป

ทิศทางของตลาดในสัปดาห์หน้าขึ้นอยู่กับการหาข้อยุติของคองเกรสว่าจะสามารถมีข้อสรุปได้เร็วเพียงใด หากมีข้อสรุปได้คาดว่าตลาดจะตอบสนองเชิงบวก อย่างไรก็ตาม คาดว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดยังคงขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากในช่วงกลางเดือนนี้ตลาดยังคงมีความเสี่ยงเรื่องการเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งจะส่งผลให้การปรับตัวขึ้นของตลาดยังจำกัดหากคองเกรสยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้

ในเบื้องต้นคองเกรสต้องสามารถเพิ่มเพดานหนี้ให้ทันเส้นตายในวันที่ 17 ต.ค.นี้ มิฉะนั้นจะเป็นความเสี่ยงต่อสินทรัพย์ทางการเงินโลก หากคองเกรสยังไม่สามารถตกลงกันได้ก่อนเส้นตาย พันธบัตรสหรัฐที่สถาบันการเงินทั่วโลกรวมถึงที่ธนาคารกลางถืออยู่จะผิดนัดชำระหนี้ แม้ว่าในที่สุดแล้วการหาข้อสรุปของคองเกรสมีแนวโน้มว่าจะตกลงกันได้ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่จะผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดหุ้นจะมีความผันผวนหรือมีแรงเทขายออกมาก่อนที่จะถึงเส้นตาย

ประเด็นเรื่อง QE คาดว่าในการประชุมเฟดวันที่ 29-30 ต.ค.นี้ เฟดจะยังคงมาตรการซื้อพันธบัตร+MBS 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐได้รับผลกระทบจากการหยุดหน่วยงานราชการบางแห่ง ทำให้คาดว่าเฟดจะยังไม่ลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลง

เบื้องต้นตลาดมีการคาดการณ์ว่า การปิดหน่วยงานราชการสหรัฐส่งผลให้ GDP สหรัฐปรับตัวลดลง 0.12% ต่อการหยุด 1 สัปดาห์ ทำให้ตลาดคาดว่าเฟดจะมีการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรลงในการประชุมเดือน ธ.ค. หรือ ม.ค.นี้ เนื่องจากในเดือน พ.ย. ไม่มีการประชุมเฟด ซึ่งในประเด็นนี้ถือว่าเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด

ด้านแนวโน้มทองคำคาดว่าทิศทางในระยะสั้นทองคำโลกยังแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,340-1,270 เหรียญสหรัฐ โดยหากสหรัฐผิดนัดชำระหนี้เชื่อว่าจะมีแรงซื้อเข้ามาหนาแน่นในทองคำ เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่ทดแทนสกุลเงิน ในขณะที่หากเรื่องเพดานหนี้สหรัฐผ่อนคลายลง ทองคำจะกลับมาแกว่งตัวลงจากแรงเทขายในสินทรัพย์ปลอดภัย และทองคำจะได้รับผลในระยะกลางจากแนวโน้มที่เฟดทยอยถอนมาตรการทางการเงินออก ทางเทคนิคทองคำโลกมีแนวต้านที่บริเวณ 1,340 เหรียญสหรัฐ ในขณะที่แนวรับหลักกรณีที่อ่อนตัวลงหลุดต่ำกว่า 1,300 เหรียญสหรัฐ จะมีแนวรับถัดไปอยู่ที่บริเวณ 1,270 เหรียญสหรัฐ

กลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุน ซื้อช่วงอ่อนตัวลง โดยมี Stop ที่ 1,415 จุด เนื่องจากคาดว่าในที่สุดสหรัฐจะสามารถตกลงกันได้ แต่เป็นเพียงการเก็งกำไรสั้นเพื่อรอขายช่วงปรับตัวขึ้นตามแนวต้าน 1,450 และ 1,470 จุด เนื่องจากประเมินว่าการปรับตัวขึ้นยังคงเป็นไปอย่างจำกัด จากความเสี่ยงในกลางเดือนที่จะครบกำหนดเส้นตายการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ สำหรับหุ้นที่น่าสนใจจะเป็นหุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจจีนที่คาดว่าจะกลับมาปรับตัวขึ้นหลังจากที่พ้นช่วงวันหยุดยาวของจีน และหุ้นที่เกี่ยวข้องมีโอกาสกลับมาปรับตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มปิโตรเคมี กลุ่มถ่านหิน หรือกลุ่มเดินเรือ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี