
ม็อบทุบการทางฯขาดทุนวันละ10ล.
การทางพิเศษฯ เซ็ง หลังกลุ่มเสื้อแดงบุกกรุง รายได้หายวันละ 10 ล้านบาท หลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
การทางพิเศษฯ เซ็ง หลังกลุ่มเสื้อแดงบุกกรุง รายได้หายวันละ 10 ล้านบาท หลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
พ.ท.ทวีสิน รักกตัญญู ผู้ว่าการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยว่า ในช่วงที่มีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงทำให้รายได้หายไปเฉลี่ยวันละ 5-10 ล้านบาท โดยเฉพาะวันที่รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน รวมทั้งประกาศและข้อกำหนดต่างๆ ไปวันที่ 7 เม.ย. ปรากฏว่ารายได้ กทพ. หายไปวันละ 10 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นรายได้สูงสุดต่อวันที่หายไป จากรายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 50 ล้านบาท
ทั้งนี้ เชื่อว่ารายได้ที่ลดลงจะส่งผลกระทบต่อรายได้ทั้งปี 2553ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะได้กำไรสุทธิประมาณ 3,000 ล้านบาท แต่จะกระทบเท่าไรนั้น ขึ้นอยู่กับว่าสถานการณ์ชุมนุม หลังจากปี 2552 ตั้งเป้าหมายกำไรไว้ที่ 1,200 ล้านบาท ปรากฏว่าการทางพิเศษฯ ได้กำไรเป็นเท่าตัวคือ 2,400 ล้านบาท
ปัจจุบัน กทพ. มีภาระหนี้สินประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ต้องชำระหนี้ปีละ 7,000-8,000 ล้านบาท ตามงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจาก ครม. แต่ยอมรับว่าไม่เพียงพอ แม้ว่า กทพ. จะมีกำไรจากการดำเนินการ แต่ก็ต้องจัดสรรรายได้เข้าภาครัฐ 35% ของกำไรสุทธิ ตามระเบียบของกระทรวงการคลัง
อย่างไรก็ตาม ในปี 2553 กทพ.จะเดินหน้าหารายได้ทางอื่นนอกเหนือจากรายได้จากการเก็บค่าผ่านทาง โดยขณะนี้ได้ว่าจ้างให้จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของ กทพ. เช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน พื้นที่ใกล้เคียงทางด่วน ที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไม่เต็มที่ ซึ่ง กทพ.ไม่ได้รับการจัดสรรผลประโยชน์จากการใช้พื้นที่ดังกล่าว โดยผลการศึกษาดังกล่าวจะแล้วเสร็จในช่วงเดือน ส.ค. 2553 จากนั้นก็จะจัดทำแผนแม่บทเพื่อหารายได้จากพื้นที่ต่อไป
สำหรับพื้นที่ที่ กทพ. ตั้งเป้าจะนำไปใช้ประโยชน์มีทั้งหมด 1 ล้านตารางวา ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยปัจจุบันได้ให้ กทม. ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ประมาณ 3 แสนตารางวา ซึ่งจุฬาฯ จะทำการศึกษาว่ากรุงเทพมหานครได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพของพื้นที่หรือไม่ หากพบว่าไม่เต็มศักยภาพก็จะยึดคืนมาเป็นของ กทพ. เพื่อหารายได้จากพื้นที่ดังกล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าหาก กทพ.สามารถจัดเก็บรายได้จากพื้นที่ทั้งหมดที่ กทพ.มีอยู่ คาดว่าจะสามารถทำรายได้สูงถึง 1,000 ล้านบาทต่อปี
สำหรับพื้นที่แรกที่จะนำมาจัดสรรเพื่อสร้างรายได้คือ พื้นที่ใต้ทางด่วนเพลินจิต พื้นที่ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยรูปแบบในการบริหารจัดการคาดว่าจะเปิดให้เอกชนเสนอรูปแบบการทำประโยชน์ในพื้นที่มาเสนอ และ กทพ.จะทำการคัดเลือกว่าเอกชนรายใดที่สามารถเสนอรายได้ตอบแทนสูงสุด







