posttoday
เปิดแผนรบควอลิตี้เอ็กซ์เพรสปรับตัวรับคนเที่ยวทัวร์หด

เปิดแผนรบควอลิตี้เอ็กซ์เพรสปรับตัวรับคนเที่ยวทัวร์หด

04 ตุลาคม 2556

คนยุคนี้ไม่ไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ แต่นิยมเดินทางไปเที่ยวด้วยตัวเอง เพราะรู้สึกว่ามีอิสระมากกว่า

โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

คนยุคนี้ไม่ไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ แต่นิยมเดินทางไปเที่ยวด้วยตัวเอง เพราะรู้สึกว่ามีอิสระมากกว่า อย่างไรก็ตามยังมีบริษัททัวร์ที่เชื่อว่าธุรกิจนี้จะยังอยู่รอดไปได้เป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี เพียงแต่ผู้ประกอบการจะต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไป

ธนพล ชีวรัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัทควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส ผู้ประกอบการบริษัททัวร์เจ้าใหญ่ในตลาด กล่าวว่า บริษัททำธุรกิจทัวร์มานานเกือบ 30 ปี มีบริษัททัวร์ที่อยู่ในเครือเดียวกันทั้งหมด 13 บริษัท แต่ละบริษัทจะเน้นทำตลาดที่แตกต่างกันไป รวมๆ แล้วทำทัวร์ครอบคลุมทุกรูปแบบตั้งแต่ทัวร์คนไทยเที่ยวในประเทศ (โดเมสติก) ทัวร์คนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ (เอาต์บาวด์) และทัวร์คนต่างชาติเที่ยวไทย (อินบาวด์) แต่ละประเภทก็มีบริการทั้งสำหรับตลาดท่องเที่ยวแบบทัวร์หมู่คณะ หรือการจัดทัวร์กลุ่มย่อยให้ตามความต้องการของลูกค้า ไปจนถึงการรับทำเฉพาะจองตั๋วเครื่องบิน โรงแรม ให้กับกลุ่มที่ต้องการเดินทางไปเอง (เอฟไอที) ด้วย โดยมีบริษัท ควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส เป็นบริษัทแม่และเป็นบริษัทที่ทำด้านเอาต์บาวด์

สาเหตุที่ต้องแยกบริษัท เพราะทุกบริษัทเน้นหนักในตลาดที่แตกต่างกัน จึงต้องการหาผู้บริหารบริษัทที่มีความถนัดในแต่ละตลาดเข้ามาดูแลตลาดนั้นๆ โดยตรง เพื่อมาบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และเกิดความคล่องตัวทางธุรกิจ มากกว่าการรวมงานทุกอย่างโดยรวมศูนย์อยู่ในบริษัทเดียว

สำหรับสถานการณ์การแข่งขันในธุรกิจทัวร์ ยอมรับว่าสูงขึ้น สาเหตุหลักเพราะทางการกำหนดเงินประกันขั้นต่ำไม่สูง ทำให้ผู้ประกอบการใหม่ๆ ที่อยากทำทัวร์เข้าสู่ธุรกิจนี้ไม่ยาก แต่ละปีจึงมีบริษัทเกิดใหม่มาก โดยเฉพาะตลาดเอาต์บาวด์ ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ประกอบการที่เข้ามาก็จะลงมาเล่นเรื่องราคาเป็นพิเศษ เพื่อเอาใจคนไทยที่ไม่เน้นเรื่องคุณภาพ แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องราคาถูก ถือเป็นปัจจัยท้าทายที่ทำให้ธุรกิจทัวร์ต้องทำงานกันหนักมากขึ้นเพื่อดึงลูกค้า

ในส่วนของควอลิตี้ เอ็กซ์เพรส เนื่องจากมีบริษัททัวร์ในเครืออยู่มาก จึงไม่กังวลการแข่งขันด้านราคาเพราะบริษัทสามารถทำตลาดได้หลากหลายอยู่แล้วทั้งตลาดระดับบน ระดับกลาง และทัวร์ราคาประหยัดนอกจากนี้ยังมีบริษัทในเครือที่เปิดขึ้นมา เพื่อเป็นบริษัททัวร์ค้าส่ง (โฮลเซล) ทำแพ็กเกจออกมาขายให้กับบริษัททัวร์ขนาดเล็กเพื่อนำไปขายต่อ จากนั้นก็ส่งลูกค้ามารวมกันที่บริษัทด้วย

ธนพล กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการใช้เงินลงทุน 12 แสนบาท พัฒนาแอพพลิเคชัน QETour ขึ้นมาสำหรับให้ข้อมูล ข่าวสาร ให้ลูกค้าเข้าถึงช่องทางการสื่อสารกับบริษัทได้ดีขึ้น สามารถติดต่อจองทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน และโรงแรม ผ่านแอพพลิเคชันบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนยุคปัจจุบันที่อยู่กับโทรศัพท์เคลื่อนที่ตลอดเวลา

ขณะที่ช่องทางการจำหน่ายผ่านสาขาก็ยังมีอยู่ และต้องเดินหน้าขยายเช่นกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่อยู่ในต่างจังหวัดให้ครอบคลุมมากขึ้น โดยปลายปีนี้จะเปิดสาขาเพิ่มที่เชียงใหม่และหาดใหญ่ จากปัจจุบันมี 10 สาขา อยู่ในกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี อุบลราชธานี และอุดรธานี ส่วนการออกงานมหกรรมท่องเที่ยว ก็ยังทำเป็นประจำ

“บริษัทออกแอพพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบไอโอเอสและระบบแอนดรอยด์มาครึ่งปีแล้ว เพราะต้องการรองรับพฤติกรรมลูกค้าที่นิยมการหาข้อมูลผ่านสมาร์ทโฟน หลังเปิดตัวก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีทำให้ลูกค้าค้นหาข้อมูลโปรแกรมทัวร์ของบริษัทง่ายขึ้น เพราะไม่ว่าจะอยู่บนรถแท็กซี่ เดินอยู่ที่ไหน ก็สามารถเปิดหาข้อมูลผ่านทางสมาร์ทโฟนที่ติดตัวไว้อยู่ได้ทันที ซึ่งอนาคตบริษัทคงจะปรับปรุงแอพพลิเคชันนี้ให้สามารถรับชำระเงินจองได้เลย จากปัจจุบันยังไม่สามารถทำได้” ธนพล กล่าว

ขณะที่แผนตลาดทัวร์อินบาวด์ ปัจจุบันบริษัทเน้นทำตลาดคนจีนมาไทยเป็นหลัก แต่ในอนาคตวางแผนไว้ว่าจะกระจายความเสี่ยงไปทำตลาดอื่นมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างลงทุนขยายบุคลากร เพราะในอนาคตบุคลากรในธุรกิจทัวร์มีแนวโน้มหายากมากขึ้น บริษัทไหนมีบุคลากรมากกว่า ก็จะได้เปรียบคู่แข่งในการให้บริการลูกค้า

ทั้งนี้ ตลาดใหม่ๆ ที่บริษัทจะเน้น คือ ตลาดอาเซียน เช่น อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจหลังเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะมีการเดินทางระหว่างกันมากขึ้น หากขยายตลาดขาเข้า ก็จะขยายตลาดนำคนไทยออกไปเที่ยวประเทศนั้นได้ด้วยเช่นกัน

ธนพล กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้าหมายว่าปีนี้รายได้เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา ส่วนแผนการดำเนินงานในอนาคตคงจะต้องขยายตลาด โดยบริษัทวางแผนไว้ว่า ทุกตลาดที่ทำจะต้องมีทัวร์ทั้งสองขา คือ พาคนไทยไปและพาคนประเทศนั้นมาเที่ยว ขณะเดียวกันบริษัทจะต้องทำโปรแกรมทัวร์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกปี เพื่อรักษาระดับรายได้เอาไว้ เพราะหากทำโปรแกรมทัวร์เท่าเดิม แต่คนเดินทางในทุกโปรแกรมที่เคยทำลดลง รายได้ก็จะลดลง ส่วนปัญหาท้าทายสำหรับธุรกิจทัวร์ หนีไม่พ้นปัญหาการเมืองวุ่นวายทั้งในและต่างประเทศ หากการเมืองไม่นิ่ง ทัวร์ก็จะมีปัญหาทันที

นับว่าธุรกิจทัวร์เป็นธุรกิจที่มีปัจจัยท้าทายสูงทีเดียว ใครจะอยู่ในธุรกิจนี้ได้ระยะยาว ก็คงต้องมีสายป่านที่ยาวพอ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ