posttoday
ภาคอสังหาฯต้องปรับตัวรับความจริง

ภาคอสังหาฯต้องปรับตัวรับความจริง

04 ตุลาคม 2556

อีก 3 เดือนจะสิ้นปี 2556 เศรษฐกิจ การเงิน และตลาดอสังหาริมทรัพย์ แปรปรวนมากขึ้นทุกที การเมืองก็ร้อนระอุ ความเชื่อมั่นและจิตวิทยาของนักลงทุนตกต่ำ ไม่มีใครอยากลงทุน ส่งออกก็แฟบลง มิหนำซ้ำ น้ำเริ่มท่วม ไม่รู้ว่าจะ “เอาอยู่” เหมือน 2 ปีที่แล้วไหม หนี้สาธารณะก็ดูจะเพิ่มขึ้น การลงทุนน้อยลง น้ำมันก็นำเข้ามากมาย เป็นต้นเหตุของความไม่สมดุลของการส่งออกนำเข้า ปัจจัยลบโถมถลาเข้ามาชัดขึ้น หนักขึ้นทุกทีๆ หลายสำนักก็คาดว่าจีดีพีจะลดลงแน่ๆ ความคาดหวังต้นปีก็ดูจะกลับหลังหันได้แล้ว

อีก 3 เดือนจะสิ้นปี 2556 เศรษฐกิจ การเงิน และตลาดอสังหาริมทรัพย์ แปรปรวนมากขึ้นทุกที การเมืองก็ร้อนระอุ ความเชื่อมั่นและจิตวิทยาของนักลงทุนตกต่ำ ไม่มีใครอยากลงทุน ส่งออกก็แฟบลง มิหนำซ้ำ น้ำเริ่มท่วม ไม่รู้ว่าจะ “เอาอยู่” เหมือน 2 ปีที่แล้วไหม หนี้สาธารณะก็ดูจะเพิ่มขึ้น การลงทุนน้อยลง น้ำมันก็นำเข้ามากมาย เป็นต้นเหตุของความไม่สมดุลของการส่งออกนำเข้า ปัจจัยลบโถมถลาเข้ามาชัดขึ้น หนักขึ้นทุกทีๆ หลายสำนักก็คาดว่าจีดีพีจะลดลงแน่ๆ ความคาดหวังต้นปีก็ดูจะกลับหลังหันได้แล้ว

ด้านอสังหาฯ ของพวกเราก็เช่นเดียวกัน ต้นปีเปิดตัวแรง โดยเฉพาะบริษัทในตลาดหุ้น ตั้งเป้าโตกันไม่น้อยกว่า 30% มีบางบริษัทยักษ์จะโต 100% สินค้าที่สร้างกันจนล้นตลาดก็คือ คอนโดมิเนียมในเมืองติดรถไฟฟ้า ราคาก็สูงจนน่ากลัว เรียกว่า Over Pricing บางแห่งราคา 3 แสนบาทต่อตารางเมตร ที่ดินก็ปั่นกันมากมายตามรถไฟฟ้าของรัฐบาล ใกล้ถึงปลายปีก็เริ่มยอมรับกันแล้วว่า ตลาดกำลังหดตัวแน่นอน ทั้งกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด เช่นที่ลงไปทุ่มตลาดกันอย่างภูเก็ต เป็นต้น

หลายบริษัทเริ่มยอมรับความจริง กำลังปรับตัวรับความแปรปรวนของตลาด หลายบริษัทเริ่มแถลงข่าวจะชะลอโครงการ จะลดเป้าลง 20-30% แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเสียงแข็งว่าจะยังคงเป้าเดิม แล้วมียักษ์ใหญ่เพิ่มซัพพลายร่วม 1 หมื่นยูนิต ตลาดจึงสับสนว่าผู้ประกอบการยังเชื่อมั่นแค่ไหน และจะรับความจริงกันเมื่อไหร่ หรือจะยังใจแข็ง ปากแข็ง ลุ้นไปก่อน เพราะเหลืออีก 3 เดือน ถ้าเลวร้ายมากๆ ก็จะปรับตัวทัน

ในทฤษฎีการลงทุนสอนไว้ว่า ในภาวะผิดปกติคนที่จะรอดปลอดภัยจะอยู่ในทฤษฎีของความกลัว อย่าใช้ทฤษฎีความกล้า บ้าบิ่น ตายดาบหน้า แบบพระเจ้าตากทุบหม้อข้าวเข้าโจมตี เพราะสินค้าอสังหาฯ เป็นสินค้าปัจจัย 4 ยิ่งตลาดบวมมีผู้ซื้อลงทุนเกินเหตุ ในที่สุดส่วนเกินก็จะพังลงมาและต้องมีผู้เจ็บตัวแน่นอน

ถ้ายักษ์ใหญ่ยังหวังแย่งตลาดยักษ์เล็ก เช่น เอสเอ็มอีทั้งหลาย ทุกที่ ทุกแบบ ทุกราคา แน่นอนยักษ์เล็กทั้งในกรุงและต่างจังหวัดสู้ไม่ได้ แต่ก็จะสร้างความเจ็บแค้น สร้างกำแพงสู้กัน ธุรกิจก็จะไม่แข็งแรง รัฐบาลควรลงมาดูตลาดปัจจัย 4 ที่อยู่ระยะยาวด้วย โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ปล่อยให้ค้าเสรีจนเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจการเมืองในอนาคต

เตรียมตัว เตรียมใจไว้เถอะครับ ลงมาพบความจริง ลดความเสี่ยง หัดถอยให้เป็นบ้าง จะได้เดินหน้าในอนาคตด้วยความสง่างาม ไม่ต้องเหยียบบ่าเหยียบหัวคนอื่น แล้วความเชื่อมั่นในบริษัทท่านจะได้จากผู้บริโภคและเพื่อนร่วมธุรกิจ เราจะคอยดูไม่กะพริบตาครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท