
พิษน้ำท่วมทุบตลาดดูแลเส้นผมหดตัว
พีแอนด์จีเผยน้ำท่วมฉุดตลาดดูแลเส้นผมวูบ ผู้ประกอบการปรับแผนเพิ่มขนาดสินค้าแทนขึ้นราคา
พีแอนด์จีเผยน้ำท่วมฉุดตลาดดูแลเส้นผมวูบ ผู้ประกอบการปรับแผนเพิ่มขนาดสินค้าแทนขึ้นราคา
นายวรศิษย์ ตุรงค์สมบูรณ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ บริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นขณะนี้ รวมทั้งปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้ภาพรวมผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.ส.ค.) เติบโตเพียง 56% ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เติบโต 10-11%
ทั้งนี้ อัตราการเติบโตดังกล่าวถือว่ากลับไปชะลอตัวเหมือนกับช่วง 45 ปีที่ผ่านมา ที่ผู้เล่นในตลาดไม่ออกมาทำกิจกรรมการตลาดกันมากนัก และยังไม่มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาทำตลาดเหมือนกับปัจจุบันที่มีทั้งผู้เล่นแบรนด์ญี่ปุ่น เกาหลี และยุโรป เข้ามาทำตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมมากขึ้น
ทั้งนี้ หากช่วงไตรมาส 4 ไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายเกิดขึ้นคาดว่าภาพรวมตลาดน่าจะมีมูลค่า 1.56 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตลาดแชมพู 1.1 หมื่นล้านบาท และตลาดคอนดิชันเนอร์ 4,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ที่มีมูลค่า 1.07 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นตลาดแชมพู 7,600 ล้านบาท และคอนดิชันเนอร์ 3,100 ล้านบาท
“ปกติยอดขายรวมต่อไตรมาสจะอยู่ที่เฉลี่ย 2,300 ล้านบาท แต่พอได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมยอดขายต่อไตรมาสก็ปรับลดลงเหลือ 2,000 ล้านบาท แต่ยอดขายของบริษัทยังคงเติบโตตามปกติ เนื่องจากเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง” นายวรศิษย์ กล่าว
สำหรับการป้องกันปัญหาน้ำท่วมนั้น ในส่วนของโรงงานได้เตรียมรับมือไว้แล้วไม่ว่าจะเป็นกำลังการผลิต หรือการจัดส่งสินค้า อีกทั้งนิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ยังมีพื้นที่สูงกว่าถนนประมาณ 2 เมตร จึงทำให้บริษัทมั่นใจว่าโรงงานจะไม่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมเหมือนปลายปี 2554
นายวรศิษย์ กล่าวว่า ขนาดบรรจุภัณฑ์ที่มียอดขายเติบโตสูงสุดในขณะนี้จะอยู่ที่ประมาณ 400-499 มล. ตามด้วยขนาด 300-399 มล. ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ผู้บริโภคจะนิยมซื้อขนาดใหญ่ 500 มล.ขึ้นไป ส่วนตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดคือ ขนาดต่ำกว่า 100 มล. และ 100-199 มล.
“พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องผลิตสินค้าที่มีขนาดบรรจุภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคและยังถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายหลังจากไม่สามารถปรับราคาสินค้าขึ้นได้” นายวรศิษย์ กล่าว
ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของบริษัทที่มียอดขายเติบโตดีจะเป็นเฮดแอนด์โชว์เดอร์และรีจอยส์ เนื่องจากเปิดตัวสินค้านวัตกรรมใหม่เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการทำกิจกรรมการตลาดรูปแบบใหม่ๆ ขณะที่แพนทีนมียอดขายทรงตัว เนื่องจากการแข่งขันในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในกลุ่มบิวตี้รุนแรง
พร้อมกันนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวแคมเปญ “มั่นใจกอดกันใกล้ขึ้น” ด้วยการชูนวัตกรรมกลิ่นหอมเป็นจุดขายในการทำตลาดแบรนด์เฮดแอนด์โชว์เดอร์ จากนั้นจะเปิดตัวกิจกรรมการตลาดของแพนทีน โดยตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะมีส่วนแบ่งตลาดรวมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม 34.8% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีส่วนแบ่งตลาด 33.5%
สำหรับแบรนด์เฮดแอนด์โชว์เดอร์ปัจจุบันมีส่วนแบ่งการตลาดในผลิตภัณฑ์ดูแสเส้นผมกลุ่มขจัดรังแคอยู่ที่ 11.4% เป็นอันดับ 2 รองจากเคลียร์ ขณะที่กลุ่มเพื่อความงามอันดับ 1 เป็นของซันซิล 25.8% ตามด้วยแพนทีน16.3 โดฟ 16% ลอลิอัล 6.7% และรีจอยส์ 6.3%







