
ไอซ์แลนด์สปริงชิมลางตลาดไทย
เอชทูโอ เข็นน้ำแร่พรีเมียม “ไอซ์แลนด์ สปริง” ชิงตลาดน้ำดื่ม 1.7 หมื่นล้าน ผ่าน 3 ช่องทางเจาะไฮโซ หวังแชร์ปีแรก 7% น้ำดื่มนำเข้า
เอชทูโอ เข็นน้ำแร่พรีเมียม “ไอซ์แลนด์ สปริง” ชิงตลาดน้ำดื่ม 1.7 หมื่นล้าน ผ่าน 3 ช่องทางเจาะไฮโซ หวังแชร์ปีแรก 7% น้ำดื่มนำเข้า
น.ส.อรชุมา ดุรงค์เดช กรรมการผู้จัดการบริษัท เอชทูโอ ผู้นำเข้าและทำตลาดน้ำแร่ไอซ์แลนด์ สปริง ประเทศไอซ์แลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทเห็นโอกาสจากเซ็กเมนต์น้ำดื่มกลุ่มนำเข้าจากต่างประเทศ มีอัตราการเติบโตสูงต่อเนื่องทุกปี โดยเพิ่มขึ้นถึงปีละ 20% บริษัทจึงนำเข้าไอซ์แลนด์สปริงเข้ามาทำตลาด วางตำแหน่งสินค้าไว้เป็นระดับบน (พรีเมียม) ในการทำตลาดไทย จากก่อนหน้าบริษัทแม่ให้สิทธิประเทศต่างๆ อาทิ อเมริกา สหราชอาณาจักร เดนมาร์ค ญี่ปุ่น ญี่ปุ่น และจีน
สำหรับแนวทางการทำตลาด จะใช้กลยุทธ์เดียวกับที่เปิดตัวในประเทศสหรัฐ ด้วยแคมเปญ 8.88 ซึ่งบริษัทได้ลองทำตลาดช่วงเดือน มี.ค.ถึงกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเชิญผู้มีชื่อเสียง (เซเลบริตี) 11 รายเข้าร่วมแคมเปญดื่มน้ำ ไอซ์แลนด์ สปริง ปริมาณครั้งละ 8 ออนซ์ วันละ 8 แก้วต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน 8 วัน และเปรียบเทียบผลที่ได้รับจากการเข้าร่วมแคมเปญครั้งนี้ ซึ่งบริษัทเตรียมผลิตภัณฑ์น้ำดื่มพร้อมแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ จาก 1 ใน 11 เซเลบริตีที่เข้าร่วมแคมเปญนี้ ทำกิจกรรมอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 พ.ค.นี้
พร้อมกันนี้บริษัทยังเตรียมจัดคาราวาน (โรดโชว์) น้ำดื่มไอซ์แลนด์ สปริงไปยังอาคารสำนักงานต่างๆ เพื่อแนะนำสินค้าให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มผู้ที่รักสุขภาพและกลุ่มผู้มีกำลังซื้อระดับบน และใช้กลยุทธ์การกระจายสินค้าเพื่อทำตลาด ครอบคลุม 3 ช่องทางหลัก คือ 1.ซูเปอร์มาร์เก็ตแบรนด์ต่างๆ อาทิ วิลล่า มาร์เก็ต กรูเม่ต์ มาร์เก็ต เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และโฮมเฟรช มาร์ท รวมกว่า 75 สาขา2.ช่องทางกลุ่มธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร บริการจัดเลี้ยง (โฮรีกา) และ 3.บริการจัดส่งสินค้าน้ำดื่มถึงบ้าน (โฮม เดลิเวอรี) ผ่านบริการฮอตไลน์ ครอบคลุมพื้นที่รัศมีกรุงเทพฯ-ปริมณฑล โดยวางราคาขายปลีก 45 บาท ในขนาดบรรจุ 0.5 ลิตร และราคา 96 บาท ขนาดบรรจุ 1.5 ลิตร
ทั้งนี้ บริษัทวางเป้าหมายรายได้ปีแรกมีส่วนแบ่งตลาด 7% ของตลาดน้ำดื่มนำเข้าจากต่างประเทศ 500 ล้านบาท จากตลาดน้ำดื่มน้ำแร่ 2,000 ล้านบาท โดยตลาดรวมน้ำดื่มในประเทศปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1.7 หมื่นล้านบาทแบ่งเป็นตลาดน้ำดื่มบรรจุขวดธรรมดา ราว 1.5 หมื่นล้านบาท และมีอัตราเติบโตคงที่







