posttoday
ทัสถานการณ์

ทัสถานการณ์

03 ตุลาคม 2556

สภาผ่านเอฟทีเอไทยอียู

สภาผ่านเอฟทีเอไทยอียู

รัฐสภา ผ่านกรอบเอฟทีไทยอียู 'ฝ่ายค้าน' หวั่นไทยถูกบีบยอมรับการขยายสิทธิบัตรยา ด้าน ณัฐวุฒิ ยันรัฐบาลไม่ยอมเสียเปรียบแน่นอน

ที่ประชุมรัฐสภามีมติเสียงข้างมาก 446 ต่อ 2 เสียง เห็นชอบร่างกรอบการเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association : EFTA) ตามที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ทั้งนี้ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเจรจาระหว่างอียูกับไทยหลายครั้งในอนาคต ทางอียูจะแสดงท่าทีที่ต้องการขอขยายอายุสิทธิบัตรยาออกไปให้นานขึ้น ซึ่งประเด็นนี้มีความละเอียดอ่อนและเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของกรอบการเจรจาของทั้งสองฝ่าย ดังนั้น ทีมเจรจาของไทยและรัฐบาลจะต้องแสดงจุดยืนที่เข้มแข็งออกไปว่าจะไม่ยอมให้มีการต่ออายุสิทธิบัตรยาในทุกกรณี เพราะถ้ายอมให้ต่ออายุสิทธิบัตรยาออกไปอีกจะส่งผลให้คนไทยบริโภคยาแพงขึ้น

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า การจะมาให้เปิดเผยท่าทีการเจรจาในตอนนี้เลยเห็นว่าจะเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและผิดธรรมเนียม แต่ยืนยันว่ารัฐบาลและทีมเจรจาของไทยให้ความสำคัญกับประเด็นนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขในฐานะแม่งาน และกระทรวงพาณิชย์ในฐานะผู้เจรจา ได้ทำงานร่วมกันมาตลอดและได้รับฟังข้อห่วงใยของภาคประชาชนเต็มที่เพื่อไม่ให้ไทยเสียประโยชน์ ซึ่งการเจรจาการค้าเสรีกับอียูคิดว่าต้องมีการเจรจาร่วมกันอีก 78 ครั้ง รวมแล้วต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปีทั้งนี้ สส.พรรคประชาธิปัตย์ และ สว.จำนวนมาก ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตและแสดงความห่วงใยว่าสมาคามการค้าเสรีแห่งยุโรปจะพยายามหาทางต่ออายุสิทธิบัตรยาออกไปเพิ่มเติม ซึ่งจะมีผลให้คนไทยต้องบริโภคยาแพงเกินไป

"ที่ผ่านมาผู้ผลิตยามักอ้างว่าการขึ้นทะเบียนตำรับยาในไทยผ่านสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นอย่างล่าช้า ทำให้มีข้ออ้างว่าจะขอใช้เวลาที่ล่าช้าในส่วนนี้เพื่อขอขยายอายุสิทธิบัตรยาออกไปอีก จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและทีมเจรจาต้องมีจุดยืนให้หนักแน่นว่าจะปฎิเสธการต่ออายุสิทธิบัตรยาของอียูในทุกทาง" นายอรรถวิชช์ กล่าว

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ยอมรับว่ามูลค่าการค้าระหว่างไทยกับอียูที่มากถึงประมาณ1แสนล้านบาทเป็นสิ่งที่ไทยต้องให้ความสำคัญ แต่ส่วนตัวคิดว่าการเข้าถึงยาเพื่อรักษาสุขภาพของประชาชนคนไทยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน

พาณิชย์แจงผักแพงไม่มาก

นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจพื้นที่ปลูกผักทั่วประเทศขณะนี้ พบว่าพื้นที่ปลูกผักทั้งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก ส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ไม่ว่าจะเป็นด้านราคาและปริมาณ โดยยังคงมีผลผลิตป้อนสู่ตลาดอย่างเพียงพอ ทำให้ราคาไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นมากนัก เช่น ผักบุ้งจีน ราคาจำหน่ายช่วงเทศกาลเจปีที่แล้วอยู่ที่กิโลกรัมละ 26 บาท ปีนี้ขึ้นมาเป็น 31 บาท ผักกวางตุ้งลดลงจากกิโลกรัมละ 31 บาท เหลือ 29 บาท ส่วนกะหล่ำปลีราคาทรงตัวอยู่ที่กิโลกรัมละ 16.50 บาท ซึ่งราคาผักคาดว่าจะปรับสูงขึ้นอีกเล็กน้อยในสัปดาห์นี้ เพราะเข้าสู่ช่วงวันจ่ายของเทศกาลกินเจ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะจัดกิจกรรมเชื่อมโยงตลาด โดยสนับสนุนให้นำผลผลิตผักสดจากฟาร์มผู้ผลิตไปจำหน่ายยังตลาดกลางทั่วประเทศ เช่น ตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดศรีเมือง และตลาดศรีนคร เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดตลาดและมีเพียงพอต่อความต้องการบริโภค รวมทั้งป้องกันไม่ให้มีการฉวยโอกาสจำหน่ายผักสดในราคาสูงเกินจริง และยังได้ร่วมมือกับห้างค้าปลีกต่างๆ ให้ช่วยตรึงราคาและจัดกิจกรรมลดราคาเครื่องปรุงอาหารเจในราคาประหยัดอีกด้วย

มาเลเซียชวนไทยตั้ง ‘รับเบอร์ ซิตี’

นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้หารือกับ ดาโต๊ะ มุสตาฟา โมฮัมเหม็ด รัฐมนตรีการค้าและอุตสาหกรรมประเทศมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันที่จะให้การส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน โดยเน้นการส่งเสริมในสาขาที่ทั้งสองมีศักยภาพ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมฮาลาลและยางพารา เพราะปัจจุบันไทยเป็นแหล่งวัตถุดิบยางพาราของมาเลเซีย โดยมีการนำเข้ายางพาราจากไทยจำนวนมาก อีกทั้งปัจจุบันมาเลเซียไม่สามารถเพิ่มพื้นที่สำหรับการปลูกยางพาราได้ ในขณะที่ไทยต้องการเทคโนโลยีการผลิตจากมาเลเซีย

ทั้งนี้ มาเลเซียได้เสนอให้มีการจัดตั้งเมืองยาง หรือรับเบอร์ ซิตี บริเวณชายแดน เป็นความร่วมมือกันระหว่างมาเลเซียกับไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับสองประเทศ ซึ่งล่าสุดได้มีการสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมในการจัดตั้งแล้ว หากไทยกับมาเลเซียร่วมมือกันสำเร็จ จะทำให้อุตสาหกรรมยางของทั้งสองประเทศมีความเข้มแข็ง และช่วยยกระดับราคายางของทั้งสองประเทศด้วย รวมทั้ง

นอกจากนี้ ไทยได้ขอให้มาเลเซียพิจารณาแก้ไขปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้าไทยผ่านแดนมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ด้วย

ซึ่งมีข้อจำกัดให้การขนส่งสินค้าเน่าเสียง่ายผ่านแดนมาเลเซียไปยังสิงคโปร์ได้เพียงปีละ 3 หมื่นตัน โดยเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้ยกขึ้นหารือกับมาเลเซียมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงต้องการเห็นการแก้ไขปัญหานี้ให้เกิดผลโดยเร็ว ล่าสุดมาเลเซียรับที่จะนำเรื่องนี้ไปเสนอให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียพิจารณาต่อไป

น้ำท่วมทางหลวง 15 สาย

นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยปัจจุบันยังคงส่งผลกระทบทำให้เส้นทางการจราจรทางบก โดยเฉพาะถนนทางหลวงเสียหายจากน้ำท่วมในพื้นที่ 7 จังหวัด จำนวน 15 สายทาง โดยถนนที่เสียหายจากน้ำท่วมแต่ประชาชนยังสามารถใช้สัญจรได้มี 13 สายทาง และเสียหายหนักจนไม่สามารถสัญจรได้มี 2 สายทาง ใน จ.ปราจีนบุรี ประกอบด้วย 1.ทางหลวงหมายเลข 3078 ระเบาะไผ่ประจันตคาม ท้องที่ อ.ศรีมหาโพธิ ช่วง กม.ที่ 1626 ระดับน้ำสูง 2055 เซนติเมตร ให้ประชาชนหลีกเลี่ยง และใช้ทางหลวงหมายเลข 33 ทางหลวงหมายเลข 304 แยกกบินทร์ฯ แทน

2.ทางหลวงหมายเลข 3079 ปราจีนบุรีศรีมหาโพธิ ท้องที่ อ.ศรีมหาโพธิ ช่วง กม.ที่ 219 ระดับน้ำสูง 1545 เซนติเมตร ให้ประชาชนเลี่ยงไปใช้เส้นทางทางหลวงชนบทหมายเลข 4018 ทางหลวงหมายเลข 3070 ทางหลวงหมายเลข 3079 (แยกโคกขวาง) แทน ทั้งนี้สอบถามเส้นทางก่อนเดินทางได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586

กสทช.เร่งแก้ 3จี ข้ามแดน

พล.อ.ต.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า การให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ในพื้นที่บริเวณชายแดนของประเทศไทยของผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย อาจเกิดปัญหาสัญญาณคลื่นความถี่ล้ำไปในประเทศเพื่อนบ้าน หรือคลื่นความถี่จากเพื่อนบ้านล้ำมาไทย ทำให้การสื่อสารของคนในพื้นที่ชายแดนเกิดปัญหาขัดข้อง หรือเกิดปัญหาการเปิดบริการโทรข้ามแดนโดยอัตโนมัติ (โรมมิง)

ทั้งนี้ กสทช.กำลังเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านแต่ละประเทศ เพื่อกำหนดและควบคุมการส่งสัญญาณของแต่ละประเทศไม่ให้เกิดปัญหา และไม่ให้สัญญาณล้ำมาในแต่ประเทศ รวมทั้งแนะนำให้ประชาชนที่เดินทางไปบริเวณชายแดน ไม่ควรเปิดบริการโรมมิงอัตโนมัติ (ออโต) แต่ควรเปิดให้บริการเป็นจีเอสเอ็มแทน ส่วนกรณีของเอไอเอสที่เปิดให้บริการ 3จี ในพื้นที่ จ.หนองคายและอุดรธานี และมีปัญหาสัญญาณ 3จี ข้ามจากลาวมาไทย ไทยไปลาว กสทช.กำลังเร่งเจรจากับประเทศลาวเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวส่วนกรณีบริการของเอไอเอส

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ได้เปิดให้บริการ3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ บริเวณ จ.หนองคาย และ จ.อุดรธานี ได้เกิดปัญหาสัญญาณจากประเทศลาวที่เปิดให้บริการ3จีรบกวนมายังฝั่งไทย และลูกค้าที่ใช้โทรศัพท์มือถือของไทยก็เกิดปัญหาโรมมิ่งด้วย ซึ่งกสทช.ได้หารือร่วมกับ คณะกรรมการร่วมทางเทคนิคว่าด้วยการประสานและจัดสรรความถี่วิทยุตามบริเวณชายแดนไทยลาว หรือ เจทีซี เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท