
ส่งออกกลุ่มไลฟ์สไตล์ฉลุย
ปัจจัยตลาดมะกันดันยอดปีนี้โต5%สวนทางกำลังซื้อในประเทศชะลอตัว
ปัจจัยตลาดมะกันดันยอดปีนี้โต5%สวนทางกำลังซื้อในประเทศชะลอตัว
เอกชนมั่นใจส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ปี 2556 สดใส คาดขยายตัว 5% หลังตลาดสหรัฐอาเซียนรุ่ง
นายจิรบูลย์ วิทยสิงห์ เลขาธิการสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย เปิดเผยว่า การส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ปี 2556 เติบโตเกินคาด จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายว่าจะเติบโตได้ 2.83% แต่ยอดส่งออกในช่วง 8 เดือน (ม.ค.ส.ค.) ปี 2556 เติบโตแล้วถึง 5.02% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2555 และยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ดังนั้นการส่งออกทั้งปีน่าจะขยายตัวได้ในระดับ 45% จากปีก่อนที่มีมูลค่าการส่งออก 9.2 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้นมาก เป็นผลจากตลาดสหรัฐที่สามารถส่งออกขยายตัวถึง 10.2% โดยตลาดสหรัฐเป็นตลาดหลักของไทยที่มีสัดส่วนส่งออกสินค้าสูงถึง 25% ของการส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ ส่งผลดีต่อภาพรวมของการส่งออกสินค้าทั้งกลุ่ม
ขณะที่ตลาดอาเซียน การส่งออกของสินค้าในกลุ่มมีการขยายตัวในระดับสูงเช่นกัน โดยเติบโตมากสุดถึง 30% แต่สัดส่วนการส่งออกไปอาเซียนยังมีน้อยเพียงแค่ 12% รวมทั้งยังมีตลาดใหม่อย่างออสเตรเลียที่เติบโตเกินความคาดหมาย
นายจิรบูลย์ กล่าวว่า แม้ว่าตลาดหลักอย่างสหรัฐจะประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ผู้บริโภคยังมีความต้องการสินค้าจากเมืองไทยอย่างมาก โดยสินค้าไลฟ์สไตล์จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งสินค้าไทยมีความหลากหลาย ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นผลจากการผลักดันของกลุ่มให้มีการผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่ม
ขณะเดียวกันสินค้าไทยยังขายการออกแบบ มีการออกแบบที่ดีเป็นจุดขาย และในกลุ่มผู้ผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมนี้อยู่ในยุคเปลี่ยนผ่าน ที่คนในอุตสาหกรรมเป็นคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดที่ทันสมัย จึงเป็นจุดแข็งของสินค้าไทยที่สามารถไปแข่งขันได้ในตลาดโลก อีกทั้งขณะนี้มีกระแสการต่อต้านสินค้าจีนค่อนข้างสูงในกลุ่มลูกค้าตลาดสหรัฐ สินค้าไทยจึงมีโอกาสเติบโตอีกมาก
“ปีนี้การส่งออกในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์คงเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% เนื่องจากยอดการส่งออกไปตลาดสหรัฐดีมาก รวมทั้งตลาดอาเซียน ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีของการส่งออกสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์” นายจิรบูลย์ กล่าว
สำหรับการส่งออกสินค้ากลุ่มไลฟ์สไตล์ในปี 2557 ได้วางเป้าหมายเติบโตที่ระดับ 5% ซึ่งหากมีจังหวะที่ดีอาจเติบโตได้ถึง 810% เพราะตลาดลูกค้ายังเติบโต โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐและอาเซียนที่ยังมีช่องว่างให้สามารถขยายตลาดได้อีกมาก ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักในอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ อีกทั้งตลาดในกลุ่มยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี น่าจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น
นายจิรบูลย์ กล่าวอีกว่า ส่วนตลาดในประเทศค่อนข้างเงียบ มีแนวโน้มการซื้อไม่ค่อยดี เนื่องจากลูกค้าบริโภคสินค้าน้อยลง โดยในกลุ่มสินค้าของขวัญและของชำร่วยน่าจะเติบโตได้ประมาณ 8% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตสูงถึง 15%







