
จับตาอีโคคาร์ 2 ดันไทยฐานผลิตรถ 3 ล้านคัน
ช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่การผลิตและส่งออกทรุดตัวไม่มาก
โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ
ช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่การผลิตและส่งออกทรุดตัวไม่มาก แตกต่างจากหลายอุตสาหกรรมที่ถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ส่วนหนึ่งเพราะอุตสาหกรรมรถยนต์ได้รับอานิสงส์จากโครงการรถยนต์คันแรก และหลังจากที่มาตรการกระตุ้นจากภาครัฐสิ้นสุดลง ก็กำลังมีโครงการใหม่เข้ามากระตุ้นให้กลุ่มยานยนต์คึกคักอีกครั้ง
“ประเสริฐ บุญชัยสุข” รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ออกประกาศให้การส่งเสริมโครงการส่งเสริมกิจการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่ 2 (อีโคคาร์ 2) โดยค่ายรถยนต์ที่สนใจทุกรายสามารถยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนได้ตั้งแต่ขณะนี้จนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2557
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการค่ายรถยนต์จะต้องยื่นคำขอส่งเสริมภายใต้เงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ได้แก่ ต้องมีมูลค่าเงินลงทุนขั้นต่ำ 6,500 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่เคยผลิตอีโคคาร์ โดยผู้ประกอบการจะต้องลงทุนผลิตแบบครบวงจรทั้งการประกอบรถยนต์และการผลิตชิ้นส่วนและเครื่องยนต์ มีปริมาณการผลิตไม่น้อยกว่า 1 แสนคันต่อปี นับตั้งแต่การผลิตปีที่ 4 เป็นต้นไป
ขณะนี้มีผู้ผลิตรถยนต์ให้ความสนใจทั้งที่เป็นรายเดิม 5 ราย คือ นิสสัน ฮอนด้า ซูซูกิ มิตซูบิชิ และโตโยต้า และผู้ผลิตรายใหม่ที่แสดงความสนใจแล้ว 45 ราย ทั้งหมดนี้มี 4 รายที่เข้ามาหารือสอบถามบีโอไอแล้ว และเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้ผลิตอย่างน้อย 6 รายยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน มีการลงทุนทั้งการประกอบและชิ้นส่วนประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
“การผลิตอีโคคาร์ 2 ล็อตแรกน่าจะเริ่มประมาณ 1 ปีเศษหลังได้รับอนุมัติส่งเสริม หรือปี 2559 เป็นต้นไป แต่อย่างช้าต้องไม่เกินปี 2562 โดยอีโคคาร์ 2 จะช่วยผลักดันให้ไทยผลิตรถยนต์ได้ 3 ล้านคัน ในปี 2560 ตามเป้าหมาย และยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในอาเซียน จากปัจจุบันที่ครองส่วนแบ่งผลิตอยู่มากกว่า 50%” ประเสริฐ กล่าว
ทั้งนี้ ประเทศไทยได้เริ่มให้การส่งเสริมการลงทุนให้ผลิตอีโคคาร์ 1 ในปี 2550 มีค่ายรถที่เข้าร่วมโครงการ 5 ราย ได้แก่ นิสสัน ฮอนด้า ซูซูกิ มิตซูบิชิ และโตโยต้า โดยนิสสันเป็นค่ายแรกที่เริ่มผลิตอีโคคาร์ออกสู่ตลาดในปี 2553 ตามด้วยฮอนด้าในปี 2554 ส่วนโตโยต้าคาดว่าจะเริ่มผลิตปลายปี 2556 นี้ ที่ออกมาสร้างสีสันในวงการรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดน้ำมัน เช่น นิสสัน มาร์ช ซูซูกิ สวิฟท์ ฮอนด้า บริโอ้ มิตซูบิชิ มิราจ และแอททราจ
“อุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย” เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการนี้มากขึ้น บีโอไอจะเชิญผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการนี้ 10 กว่าราย เข้าฟังคำชี้แจงรายละเอียดและเงื่อนไขการยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนภายใน 2 สัปดาห์นี้
สำหรับเงื่อนไขการให้การส่งเสริมการลงทุนรอบนี้จะเข้มงวดกว่าอีโคคาร์รุ่นแรก โดยเครื่องยนต์จะต้องเป็นมาตรฐานยูโร 5 คือ ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ไม่เกิน 100 กรัม ต้องมีอัตราการใช้น้ำมันไม่เกิน 22 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร จากเดิม 20 กิโลเมตรต่อลิตร ขนาดเครื่องยนต์ของอีโคคาร์ 2 หากเป็นเครื่องยนต์เบนซินต้องมีขนาดไม่เกิน 1,300 ซีซี เท่ากับรุ่นแรก ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลต้องมีขนาดไม่เกิน 1,500 ซีซี เทียบกับรุ่นแรกที่ไม่เกิน 1,400 ซีซี
ด้านสิทธิประโยชน์ ผู้ผลิตจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 6 ปี ต่างจากอีโคคาร์รุ่นแรกที่ให้ 8 ปี แต่หากรายใดลงทุนหรือใช้จ่ายเพื่อพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 1 ปี รวมเป็น 7 ปี และหากลงทุนพัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท ภายใน 5 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม 2 ปี รวมเป็น 8 ปี ส่วนสิทธิประโยชน์อื่นๆ เช่น การยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรเช่นเดียวกับอีโคคาร์รุ่นที่ 1







