
โพลท่องเที่ยว
สร้างความสงสัยผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เหตุใดผลการสำรวจความคิดเห็นหัวข้อ “ท่องเที่ยว พระเอกค้ำยันเศรษฐกิจไทยปีนี้จริงหรือ” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่สำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 700 ราย นักท่องเที่ยวคนไทยอีก 1,400 ราย ใน 7 จังหวัด วันที่ 1017 ก.ย.ที่ผ่านมา ออกมาเป็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าภาคการท่องเที่ยวไม่ใช่พระเอก ย้ำยันเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในจังหวัดท่องเที่ยวรอง อย่าง กาญจนบุรี นครราชสีมา ระบุว่า ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ รายได้จะลดลงกว่า 23% สวนกระแสการท่องเที่ยวไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เดือน ม.ค.ก.ย.ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 19.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 23%
สร้างความสงสัยผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เหตุใดผลการสำรวจความคิดเห็นหัวข้อ “ท่องเที่ยว พระเอกค้ำยันเศรษฐกิจไทยปีนี้จริงหรือ” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่สำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย 700 ราย นักท่องเที่ยวคนไทยอีก 1,400 ราย ใน 7 จังหวัด วันที่ 1017 ก.ย.ที่ผ่านมา ออกมาเป็นว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าภาคการท่องเที่ยวไม่ใช่พระเอก ย้ำยันเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการในจังหวัดท่องเที่ยวรอง อย่าง กาญจนบุรี นครราชสีมา ระบุว่า ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้ รายได้จะลดลงกว่า 23% สวนกระแสการท่องเที่ยวไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เดือน ม.ค.ก.ย.ที่ผ่านมา มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 19.6 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 23%
นอกจากนี้ ผลโพลยังระบุว่าคนไทยจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลดลง 22% เนื่องจากปัญหาสภาวะเศรษฐกิจขยายตัวลดลง ค่าครองชีพที่ปรับตัวขึ้นสูง สวนทางกับรายรับที่เท่าเดิม ทำให้ยิ่งสร้างความหนักใจให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย แตกต่างจาก ททท. ที่มั่นใจว่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจะเป็นพระเอกปั๊มรายได้เข้าประเทศได้จริง เพราะกระแสการเดินทางท่องเที่ยวของชาวต่างชาติยังแรงดีไม่มีตก แต่ยอมรับว่าผลโพลที่ออกมานั้นเป็นความรู้สึกที่ผู้ประกอบการกังวลใจ
อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจครั้งนี้ส่วนหนึ่งสะท้อนได้ว่าการท่องเที่ยวไทยเติบโตแบบกระจุกตัว เฉพาะแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่หน่วยงานภาครัฐต้องเร่งแก้ไขโฆษณาประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์แหล่งท่องเที่ยวไทย พร้อมวางแผนส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวให้กระจายตัวสู่เมืองท่องเที่ยวรองให้มากขึ้น เพราะต้องยอมรับว่าแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดรองของไทยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ลงทุนขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีสายป่านการลงทุนจำกัด และพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวคนไทยอย่างแท้จริง
หน่วยงานที่กำกับดูแลด้านการท่องเที่ยวจึงต้องศึกษาโครงสร้างตลาดด้านการท่องเที่ยวของประเทศ รวมถึงสร้างตลาดไทยเที่ยวไทยให้มีรายได้เทียบเท่ากับตลาดต่างประเทศ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทยให้ฝนตกอย่างทั่วฟ้า ไม่กระจุกตัวเฉพาะไม่กี่จังหวัดของประเทศเท่านั้น
ขณะที่นักท่องเที่ยวคนไทยก็ต้องนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวในประเทศก่อนเลือกเดินทางไปเที่ยวในต่างประเทศ







