
สนุกทีวีปรับผังใหม่ ชูจุดเด่นรายการหนัง
บริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย ถือเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อและความบันเทิง และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผู้แทนจำหน่ายโปรแกรมรายการโทรทัศน์ที่เก่าแก่อีกบริษัทหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งจากการที่ธุรกิจทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง จึงเล็งเห็นโอกาสก่อตั้งบริษัท สนุกทีวี แอนด์ มีเดีย ขึ้นมา เพื่อทำช่องทีวีดาวเทียมภายใต้ชื่อ สนุกทีวี
บริษัท เอสทีจี มัลติมีเดีย ถือเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านสื่อและความบันเทิง และเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ผู้แทนจำหน่ายโปรแกรมรายการโทรทัศน์ที่เก่าแก่อีกบริษัทหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งจากการที่ธุรกิจทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง จึงเล็งเห็นโอกาสก่อตั้งบริษัท สนุกทีวี แอนด์ มีเดีย ขึ้นมา เพื่อทำช่องทีวีดาวเทียมภายใต้ชื่อ สนุกทีวี
หลังจากช่อง สนุกทีวี ได้ทดลองออกอากาศเมื่อช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่ายังมีจุดบกพร่องในหลายข้อ จึงได้ปรับรูปแบบรายการใหม่ โดยหันมาชูจุดเด่นช่องรายการภาพยนตร์ 24 ชั่วโมง ภายใต้คอนเซปต์ “สนุกทีวี สนุกทุกวัน” โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่าได้ผลการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดี
ฐิตารีย์ ลิ้มรัตนกุลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สนุกทีวี แอนด์ มีเดีย กล่าวว่า บริษัทได้เตรียมงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ โฆษณาประชาสัมพันธ์ กิจกรรมการตลาด และโปรดักชัน ซึ่งแผนการดำเนินธุรกิจนับจากนี้บริษัทจะหันมาทำการตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น เพราะหลังปรับผังรายการใหม่ออกอากาศไปเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่า มาถูกทางแล้ว
สำหรับรายการที่นำมาออกอากาศในช่องสนุกทีวีจะเน้นไปที่รายการเกี่ยวกับภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นการนำภาพยนตร์ที่เคยเข้าฉายในโรงภาพยนตร์มาออกอากาศ รายการวิเคราะห์ภาพยนตร์ หรือรายการแนะนำภาพยนตร์ รายการเพลง รายการแจกของรางวัล และรายการของลูกค้า เป็นต้น
ในส่วนของรายการที่ได้รับความนิยม ประกอบด้วย รายการ Cine Buster : แกะกล่องความสนุกกับภาพยนตร์สุดฮอต รายการ See Saw Scene : มันกับภาพยนตร์คุณภาพที่ได้รับการการันตีความสนุกจากนักวิจารณ์ และคอหนังทั่วโลก รายการ Sanook Film : เกาะติดแวดวงภาพยนตร์ไปกับ 2 กูรูหนัง แอ็ดดี้ และแจ็คเล็ก รวมไปถึงรายการ Movie Ambassador : พบกับภาพยนตร์ใหม่แกะกล่องที่พาเหรดมาให้รับชมแบบไม่ซ้ำตลอดทั้งเดือนกับ แม๊พ วงศธร ควันธรรม
“หนังที่เอามาออกอากาศจะมีทั้งแนวแอ็กชั่น คอมมิดี้ โรแมนติก ไซไฟ ดรามา และการ์ตูนแอนิเมชัน เนื่องจากเราต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย เหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย และผู้ชมทั้งที่อยู่ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด” ฐิตารีย์ กล่าว
ภาพยนตร์ที่นำมาออกอากาศจะมีอยู่ด้วยกัน 9 เรื่อง เน้นฉาย 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเช้า และช่วงดึก ซึ่งหลังจากเพิ่มจำนวนภาพยนตร์ออกอากาศมากขึ้นปรากฏว่าเรตติ้งดีขึ้น และมีเอเยนซีสนใจเข้ามาซื้อโฆษณามากขึ้น จากเดิมจะมีเพียงกลุ่มลูกค้าขายตรงหรือไดเรกต์เซลล์ เท่านั้น
“ตอนนี้โฆษณาของช่องดีขึ้น โดยปัจจุบันมีสัดส่วนการขายโฆษณาอยู่ที่ 50% ในจำนวนดังกล่าวเป็นการซื้อโฆษณาจากเอเยนซี จากเดิมรายได้หลักจะมาจากกลุ่มลูกค้าไดเรกต์เซลล์เท่านั้น ปัจจัยที่ทำให้เอเยนซีให้ความสนใจเข้ามาซื้อโฆษณาอาจเป็นเพราะว่า ช่องของเราไม่มีรายการล่อแหลม และไม่มีการโฆษณาสินค้าชวนเชื่อหรือเกินจริง” ฐิตารีย์ กล่าว
ปัจจุบัน ช่องสนุกทีวี สามารถเปิดรับชมรายการได้ผ่านช่องทางของพันธมิตรเคเบิลทีวีชั้นนำของไทยทั้ง กล่อง PSI ช่อง 115 กล่อง GMMZ ช่อง 52 กล่อง sun box ช่อง 52 และกล่อง IdeaSat, Infosat, Leotech, ThaiSat ช่อง 37 ซึ่งจากการมีพันธมิตรที่หลากหลาย ส่งผลให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุม 77 จังหวัด
หลังจากเปิดตัวช่องสนุกทีวี ไปเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้มียอดผู้รับชมแล้วกว่า 4 ล้านคน จึงมั่นใจว่าจะสามารถครองใจกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการเพิ่มยอดผู้รับชมได้ถึง 10 ล้านคน ภายในสิ้นปี 2556 และติดอันดับ 1 ใน 3 ของช่องรายการภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในประเทศไทยภายในปี 2557
ขณะที่เป้าหมายรายได้จากช่องสนุกทีวี คาดว่าจะมีรายได้จากการโฆษณา 58 ล้านบาทต่อเดือน และจากที่มีแผนที่จะออกมาทำกิจกรรมการตลาดควบคู่ไปกับการโฆษณาทำให้คาดว่าจะมีรายได้จากการจัดกิจกรรมอีกเดือนละประมาณ 34 ล้านบาท รวมเป็น 812 ล้านบาทต่อเดือน หรือมีรายได้กว่า 200 ล้านบาทต่อปี







