posttoday
พลังงานทดแทนทางเลือก ทางรอด ของอาเซียน

พลังงานทดแทนทางเลือก ทางรอด ของอาเซียน

02 ตุลาคม 2556

หนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนซึ่งเข้ามาขยายธุรกิจในอาเซียนต้องคำนึงถึงคือ ความพร้อมด้านไฟฟ้าสำหรับการผลิต

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

หนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนซึ่งเข้ามาขยายธุรกิจในอาเซียนต้องคำนึงถึงคือ ความพร้อมด้านไฟฟ้าสำหรับการผลิต เนื่องจากการพัฒนาด้านนี้ของบางประเทศยังไม่เท่าทันกับการเติบโตของเศรษฐกิจและการลงทุน

ล่าสุด การประชุมรัฐมนตรีพลังงาน (AMEM) ครั้งที่ 31 ที่เกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ได้ให้ความสนใจกับความร่วมมือด้านพลังงานทดแทนของชาติสมาชิก โดย ทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า แผนงานปฏิบัติการด้านพลังงานของภูมิภาคอาเซียน ปี 2553-2558 ตั้งเป้าว่า การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนจะมีสัดส่วน 15% ของการผลิตทั้งหมด แต่ในขณะนั้นไม่ได้ให้คำจำกัดความที่ชัดเจน ดังนั้น เมื่อรวมการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนขนาดใหญ่ทำให้มีการผลิตได้เกินเป้าหมายแล้วคืออยู่ที่ 29% หรือ 3.9 หมื่นเมกะวัตต์ โดยกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทั่วไปอยู่ที่ 9.42 หมื่นเมกะวัตต์

แหล่งพลังงานทดแทนหลักยังคงเป็นพลังน้ำที่ ตามด้วยไบโอแมส พลังงานจากความร้อนใต้พิภพ โซลาร์เซลล์ และพลังงานลม โดยไทยถือเป็นประเทศที่มีการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนสูงสุดในกลุ่ม ด้วยกำลังการผลิตที่ 6,600 เมกะวัตต์ โดยส่วนใหญ่เป็นการผลิตไฟฟ้าจากน้ำจากเขื่อนขนาดใหญ่ 3,400 เมกะวัตต์ และจากพลังงานอื่น 3,200 เมกะวัตต์ อีกทั้งมีนโยบายรับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนที่ไทยไปลงทุนในลาวประมาณ 1,800 เมกะวัตต์

ขณะเดียวกัน รายงานการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนภูมิภาคอาเซียน ระบุว่า ในช่วงปี 25492554 ภูมิภาคอาเซียนได้เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญที่ 9.9% ต่อปี โดยพลังงานจากน้ำมีส่วนแบ่งในพลังงานทดแทนมากที่สุดที่ 79.18% ขยายตัวเฉลี่ยต่อปีที่ 10% ตามด้วยพลังงานไบโอแมส 12.41% เติบโตเฉลี่ยต่อปี 15.7% พลังงานใต้พิภพ 7.7% ขยายตัวเฉลี่ยต่อปี 1.2% พลังงานโซลาร์เซลล์ 0.51% พลังงานลม 0.21% ที่ขยายตัวเฉลี่ยต่อปีที่ 39.2% และ 22.8% ตามลำดับ

“ความต้องการพลังงานในอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.4% โดยไฟฟ้ายังคงเป็นส่วนที่ความต้องการเพิ่มมากที่สุดที่ 6.4% แต่ทั้งหมดสร้างคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มปีละ 5.7% สร้างปัญหาภาวะโลกร้อนตามมา ดังนั้นการพัฒนาด้านพลังงานทดแทนเพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นประเด็นที่สำคัญมากของภูมิภาคนี้” รายงานระบุ

ด้านทวารัฐชี้ว่า การประชุมรัฐมนตรีพลังงานครั้งล่าสุด ยังไม่ได้มีการเพิ่มเป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน เนื่องจากเป็นการประชุมระหว่างกาลของแผนปฏิบัติการปี 2553-2558 แต่การประชุมระดับเจ้าหน้าที่ได้หารือถึงข้อมูลเพื่อวางเป้าหมายของแผนระยะถัดไป ซึ่งอาจจะมีการวางเป้าหมายเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน รวมถึงขณะนี้ปัจจัยต่างๆ เปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นราคาน้ำมัน รวมถึงนโยบายด้านพลังงานของหลายประเทศที่ก่อนหน้านี้มีการอุดหนุนราคาน้ำมันเกือบทุกประเทศ แต่ขณะนี้หลายประเทศได้ทยอยลดการอุดหนุนหรือแทรกแซงกลไกตลาด

อีกด้านหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าชาติสมาชิกอาเซียนให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนที่เข้มข้นขึ้นคือการตั้งเป้าหมายภายใต้กรอบความร่วมมือด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency & Conservation : EE&C) ที่ว่าในปี 2558 จะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ได้ 8% โดยขณะนี้อยู่ที่ 7.56% ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย ขณะที่ประเทศไทยตั้งเป้าให้การมีประสิทธิภาพแตะระดับ 25% ในปี 2573

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท