
เร่งยกระดับอีคอมเมิร์ซไทย
สพธอ.หวังเทียบชั้นเกาหลีญี่ปุ่นช่วยโปรโมตธุรกิจเอสเอ็มอีสู่ตลาดสากล
สพธอ.หวังเทียบชั้นเกาหลีญี่ปุ่นช่วยโปรโมตธุรกิจเอสเอ็มอีสู่ตลาดสากล
สพธอ.เล็งดัน “อีคอม เมิร์ซ” ไทย เทียบชั้นเกาหลีญี่ปุ่น หวังโปรโมตธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าสู่ตลาดพร้อมจ่อเปิดตัวเครื่องหมายทรัสต์มาร์คต้นปี 2557 ช่วยการันตีคุณภาพเสริมความมั่นใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น
นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. กล่าวว่า ขณะนี้ สพธอ. กำลังเร่งผลักดันธุรกิจซื้อขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต (อีคอมเมิร์ซ) ในไทยให้เทียบชั้นกับประเทศเกาหลีและญี่ปุ่น เพื่อใช้เป็นอีกช่องทางในการช่วยสนับสนุนส่งเสริมช่องทางการขายสินค้าให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไทย
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า ผู้บริโภคคนไทยซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์มูลค่าไม่เกินหลักพันบาทเท่านั้น เนื่องจากยังไม่มั่นใจพอที่จะซื้อสินค้าที่มีมูลค่าสูง ดังนั้น สพธอ.จะเข้าช่วยส่งเสริมมาตรฐานและรับรองในส่วนนี้ให้ หากสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้ก็จะช่วยดันมูลค่ายอดการซื้อขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์ของไทยให้สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อธรกิจเอสเอ็มอีอย่างมาก
“ที่ผ่านมายอดซื้อขายสินค้าออนไลน์ไม่สูงนัก เพราะเรายังไม่ได้จัดการกับงานหลังบ้านและฐานล่างเรื่องการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าในมาตรฐานต่างๆ เช่น สีของสินค้าไม่ผิดเพี้ยน และขนาดไซส์ได้มาตรฐาน แต่จากนี้ไปจะเป็นช่วงเทกออฟที่จะต้องปรับ เพื่อทำให้มูลค่าการซื้อขายทะยานสูงขึ้น แต่คงไม่คาดหวังให้สำเร็จภายในปีแรก เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา” นางสุรางคณา กล่าว
ขณะเดียวกัน หากสามารถกระตุ้นให้การซื้อขายสินค้าออนไลน์สามารถคืนสินค้าได้หากไม่พอใจ หรือคุณภาพสินค้าไม่ตรงตามที่ระบุแจ้งไว้นั้น ก็จะยิ่งเป็นการช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้ผู้บริโภคกล้าตัดสินใจซื้อมากขึ้น
สำหรับปัญหาหลักที่พบในการซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ คือ การส่งมอบสินค้าไม่ตรงตามที่โฆษณา และการไม่รับประกันคุณภาพสินค้าทำให้ผู้บริโภคไทยไม่มั่นใจกลัวว่าจะถูกโกง ซึ่งการตั้งศูนย์ช่วยลดเวลาแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับชดใช้อย่างรวดเร็ว โดยใช้เทคโนโลยี ODR (Online Dispute Resolution) ซึ่งเป็นวิธีการระงับข้อพิพาทออนไลน์ผ่านการ ไกล่เกลี่ยโดยข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ปี 2551-2556 มีเรื่องร้องเรียนการซื้อขายออนไลน์ 623 เรื่อง เป็นปัญหาไม่ได้สินค้าตามต้องการ 380 เรื่อง รองลงมาคือการไม่ได้รับสินค้า 125 ราย และถูกหลอกให้ซื้อสินค้า 118 ราย
ขณะที่มูลค่าอีคอมเมิร์ซในไทยระหว่าง ผู้ประกอบการและผู้บริโภค ทางสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทยระบุว่า ปี 2555 มีมูลค่า 14,326 ล้านบาท ปี 2556 อยู่ที่ 15,472 ล้านบาท และในปี 2557 คาดว่ามีมูลค่า 16,555 ล้านบาท
นางสุรางคณา กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2557 สพธอ.จะเปิดตัวเครื่องหมายทรัสต์มาร์คขึ้นมา เพื่อเป็นตัวการันตีความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าสินค้าดังกล่าวมีคุณภาพ และปลอดภัย ซึ่งเครื่องหมายดังกล่าวจะมีความครอบคลุมมากกว่าของกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ ที่คุมเฉพาะการ จดทะเบียนช่วงเริ่มต้นธุรกิจเท่านั้น







