
"เอกยุทธ"หวั่นบาทเดี้ยงลดพอร์ตก่อนต่างชาติตกใจทิ้ง
ขาใหญ่ขายหุ้นลดพอร์ต เอกยุทธห่วงเงินบาทเดี้ยง อ่อน 34-35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากต่างชาติตกใจทิ้งเปลี่ยนขั้ว CPF-TUF กำไรแจ่ม
ขาใหญ่ขายหุ้นลดพอร์ต เอกยุทธห่วงเงินบาทเดี้ยง อ่อน 34-35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หากต่างชาติตกใจทิ้งเปลี่ยนขั้ว CPF-TUF กำไรแจ่ม
นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักลงทุนรายใหญ่ เปิดเผยถึงการลงทุนในช่วงปัญหาการเมืองไร้ทางออกว่า ขณะนี้ได้ลดพอร์ตลงทุนจำนวนมาก เหลือเงินลงทุนไม่ถึง 30% ของพอร์ตลงทุนทั้งหมด โดยได้ทยอยขายหุ้นออกไปในช่วงดัชนีขึ้นไป 820 จุด
สำหรับสาเหตุที่ถอนเงินลงทุน เนื่องจากเห็นว่าตลาดหุ้นไม่มีทางขึ้นรุนแรงได้ ถ้าการเมืองไม่จบหรือไม่หยุดตีกัน นอกจากนี้หากการ เมืองเปลี่ยนขั้ว หรือมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เงินบาทจะอ่อนค่าลงไปถึง 34-35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ หลังจากนักลงทุนต่างชาติตกใจเทขายหุ้นและเงินบาท
“ผมกลัวเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน ค่าเงินบาทอ่อน มากกว่ากลัวการเมือง ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จะเจอ 2 เด้ง ทั้งหุ้นและค่าเงิน ตลาดจะลงหนักถึง 680 จุด การเมืองไม่จบไม่มีทางที่หุ้นจะขึ้นแรง โอกาสลงก็มี รอใกล้จบเมื่อไรค่อยไปซื้อยังทัน ถ้าเสียดายกลัวตกรถซื้อติดพอร์ตไว้ก็ได้ แต่อย่าซื้อหนัก” นายเอกยุทธ กล่าว
นายวัชระ แก้วสว่าง หรือเสี่ยป๋อง นักลงทุนรายใหญ่ กล่าวว่า ลดพอร์ตการลงทุนเหลือ 10% เนื่องจากมีความกังวลปัจจัยการเมืองในประเทศยังไม่นิ่งและไม่รู้จบเมื่อไร ซึ่งมีผลต่อการลงทุน และรอจังหวะที่ดีก่อนตัดสินใจซื้อ
“ความรู้สึกส่วนตัวผมไม่อยากให้คนไทยทะเลาะกัน ซึ่งผมไม่สบายใจ ไม่สามารถเลือกข้างได้ อยากให้คนไทยปรองดองกัน” นายวัชระ กล่าว
นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการ บริษัท ไทยยูเนียน|โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) กล่าวว่า ปัจจัยทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง ทำให้ลูกค้าต่างชาติไม่กล้าเข้ามาติดต่อค้าขาย บริษัทต้องเปลี่ยนไปหาลูกค้าเอง บินไปหาลูกค้ามากขึ้น
ประธานกรรมการฝากถึงผู้ถือหุ้น คือ บริษัทจะพยายามสร้างรายได้และผลประกอบการออกมาให้ดี เพื่อให้มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลได้มากขึ้น
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสแรก มีโอกาสดีต่อเนื่องจากไตรมาสที่ผ่านมา และรวมทั้งปีนี้บริษัทยังคงเป้ายอดขายในรูปเงินสกุลเหรียญสหรัฐขยายตัว 12% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,014 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ลูกค้าในประเทศชะลอซื้อสินค้าก็ตาม
นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกบริษัทมีกำไรสุทธิสูงกว่าการขยายตัวของยอดขายที่โตเข้าเป้า 10% และคาดว่าไตรมาส 2-4 กำไรยังจะโตต่อเนื่อง จึงมั่นใจยอดขายทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 1.8 แสนล้านบาท เติบโตประมาณ 10% จากปีก่อนที่มียอดขาย 1.6 แสนล้านบาท







