
ส่งออกแหยงสหรัฐค่าเงินผันผวนหนัก
ผู้ส่งออกตื่นภาวะชัตดาวน์สหรัฐ กระทบค่าเงิน
ผู้ส่งออกตื่นภาวะชัตดาวน์สหรัฐ กระทบค่าเงิน
นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การปิดหน่วยงานราชการของสหรัฐอาจก่อให้เกิดความผันผวนของค่าเงินสกุลเอเชีย รวมทั้งค่าเงินบาทในระยะสั้น เนื่องจากตลาดยังจับตาดูว่าการชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐจะยืดเยื้อหรือไม่ รวมถึงผลการเจรจาขยายเพดานหนี้ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ ธนาคารจึงประเมินว่าค่าเงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวระหว่าง 30.75-31.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จึงอยากแนะนำให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
“เงินบาทในช่วงนี้ยังมีโอกาสไปได้ทั้งสองทิศทาง เพราะคนยังติดตามเรื่องความชัดเจนของมาตรการคิวอี และล่าสุดก็มีเรื่องการปิดหน่วยงานราชการของสหรัฐ ซึ่งหากยืดเยื้อก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ทำให้มาตรการคิวอีอาจยังต้องยาวออกไป ทำให้เราเริ่มเห็นผู้นำเข้าส่งออกเริ่มใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้นราว 15-20%” นายธิติ กล่าว
ค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 1 ต.ค. ปิดตลาดที่ 31.13-31.14 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากที่เปิดตลาดที่ 31.26-31.28 บาท/เหรียญสหรัฐ เพราะเริ่มมีแรงขายเงินเหรียญสหรัฐออกมาพอสมควร เนื่องจากนักลงทุนกังวลถึงความไม่ชัดเจนในการบริหารงานของทางการสหรัฐ โดยประเมินว่าค่าเงินบาทในวันที่ 2 ต.ค. จะอยู่ในช่วง 31.10-31.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี กรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวว่า ภาวะนี้สหรัฐคงฟื้นตัวช้าไปอีก ในส่วนของไทยคงหวังจะฟื้นจากส่งออกไม่ได้ คงโตไปกว่านี้ได้อีกไม่มากแล้ว
นายศิริ การเจริญดี คณะกรรมการ กนง. กล่าวว่า การที่สหรัฐเข้าสู่สภาวะชัตดาวน์นั้น คาดว่าในแง่ของภาคการเงินไม่น่าจะส่งผลกระทบมากนัก เพราะเป็นเรื่องชั่วคราว แต่ปัญหาเพดานหนี้สหรัฐอาจจะนำไปสู่การผิดนัดชำระหนี้ และอาจส่งผลต่อการเข้าไปถือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐของประเทศในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งไทยเพราะคงมีผลต่อในเรื่องขาดความเชื่อมั่น
“เรื่องนี้คงได้หารือกันในการประชุม กนง.รอบหน้านี้ ส่วนภาวะเศรษฐกิจไทยนั้นอยู่ในภาวะชะลอตัว ขณะที่การส่งออกที่ทำได้เดือนละเฉลี่ย 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าดีแล้ว แต่สิ่งที่ต้องติดตามดูต่อจากนี้คือความต้องการในประเทศที่ดูเหมือนจะขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ทำให้ต้องมีการประเมินอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจใหม่ว่าจะโตต่ำกว่า 4.2% แค่ไหน” นายศิริ กล่าว







