
ปัญหาไม่ได้มีไว้แก้...
หลายครั้งเวลาเรามีความฝันและต้องการไปให้ถึง หรือต้องการทำอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จ เราจะพบว่าเรามีปัญหาหรืออุปสรรคมากมายคอยขัดขวาง และคอยทำให้เราท้อแท้ไม่สามารถบรรลุในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ ไม่ว่าความต้องการนั้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการลดความอ้วน การเก็บเงินซื้อรถสักคัน การทำงานให้บรรลุตามที่มอบหมาย ความก้าวหน้าในอาชีพการงาน หรือแม้กระทั่งการสร้างธุรกิจของเราเอง ซึ่งก็ดูเป็นความต้องการทั่วๆ ไปที่ใครๆ ก็อยากเป็นอยากมีทั้งนั้น แต่ทำไมมีคนล้มเหลวจากสิ่งเหล่านั้นมากมาย
หลายครั้งเวลาเรามีความฝันและต้องการไปให้ถึง หรือต้องการทำอะไรสักอย่างให้ประสบความสำเร็จ เราจะพบว่าเรามีปัญหาหรืออุปสรรคมากมายคอยขัดขวาง และคอยทำให้เราท้อแท้ไม่สามารถบรรลุในสิ่งที่เราตั้งใจไว้ ไม่ว่าความต้องการนั้นจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการลดความอ้วน การเก็บเงินซื้อรถสักคัน การทำงานให้บรรลุตามที่มอบหมาย ความก้าวหน้าในอาชีพการงาน หรือแม้กระทั่งการสร้างธุรกิจของเราเอง ซึ่งก็ดูเป็นความต้องการทั่วๆ ไปที่ใครๆ ก็อยากเป็นอยากมีทั้งนั้น แต่ทำไมมีคนล้มเหลวจากสิ่งเหล่านั้นมากมาย
คำตอบก็คือเพราะปัญหามันมีมากเกินกว่าที่เราจะสามารถแก้ไขมันได้ และเมื่อเราคิดว่าเราต้องแก้ไขมันทั้งหมด กลับทำลายกำลังใจและทำให้เราเลิกล้มความตั้งใจไปก่อน ทั้งๆ ที่บางปัญหาเราไม่จำเป็นต้องแก้ไขมัน เพราะสามารถหาวิธีอื่นที่ประสบความสำเร็จได้
จากประเด็นดังกล่าว ผมอยากสรุปไว้ 3 ประเด็นที่จะทำให้เราสามารถบรรลุความฝันหรือสิ่งที่เราต้องการได้ง่ายขึ้นคือ
1.ทำตัวไม่มีเหตุผลบ้าง คนที่ชนะมักไม่มีเหตุผล เพราะเขาต้องการจะชนะเขาถึงทำทุกวิถีทางให้สำเร็จ ส่วนคนที่แพ้ส่วนใหญ่เป็นคนหลักการและเหตุผลดี สามารถยกเหตุผลต่างๆ นานา ที่จะทำไม่สำเร็จมาอธิบายได้เสมอ
2.เข้าใจผลลัพธ์ที่ทำให้ชนะ ในหนังเรื่อง Moneyball ซึ่งเป็นหนังที่สร้างจากเรื่องจริงของทีมเบสบอลทีมหนึ่ง ซึ่งมีงบประมาณจำกัดมาก ไม่สามารถซื้อตัวผู้เล่นดังๆ ที่สมบูรณ์แบบมาร่วมทีมได้ แต่เมื่อโค้ชสามารถมองเห็นว่าสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทีมชนะไม่ใช่การมีสถิติการตีได้เยอะที่สุด แต่กลับเป็นการมีอัตราการวิ่งทำคะแนนได้สูงที่สุด
ดังนั้น โค้ชจึงเริ่มใช้สถิติในการคัดเลือกผู้เล่นว่าใครที่มีจุดแข็งที่จะมีอยู่ในตำแหน่งไหน แทนที่จะซื้อตัวผู้เล่นราคาแพงที่ตีลูกเก่ง ก็กลับซื้อตัวผู้เล่นราคารองลงมาที่มีอัตราการตีไม่ดีเท่า แต่สามารถวิ่งได้เร็วมากกว่ามาแทน จากการรวมตัวของผู้เล่นที่ราคาไม่แพง เพราะไม่ได้เป็นผู้เล่นที่เก่งสมบูรณ์แบบ แต่เป็นการรวมตัวกันของจุดแข็งของแต่ละคน ทำให้ทีมกลายเป็นทีมที่ดีที่สุด และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการเบสบอลขึ้นมาได้ การจะทำแบบนั้นได้มาจากการเข้าใจว่าผลลัพธ์อะไรที่จะทำให้ทีมชนะและหาวิธีทำให้เกิดผลลัพธ์นั้น
3.แทนที่จะแก้ปัญหา ให้เลียนแบบคนสำเร็จ ในบทความเรื่อง Don’t solve the problems, copysuccess ในนิตยสาร Fast Company ได้สรุปแนวทางที่สร้างโอกาสในความสำเร็จมากขึ้น โดยสรุปไว้ว่าเราไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนทั้งหมดได้ สิ่งที่เราควรทำคือหาแบบอย่างที่สำเร็จ หรือ Role Modelซึ่งเป็น Role Model แบบที่เราสามารถลอกเลียนแบบได้ แล้วศึกษาวิธีการของคนที่สำเร็จดังกล่าว และทำตามนั้นอย่างจริงจัง
ในบทความยกตัวอย่างถึงการแก้ไขปัญหาการขาดสารอาหารในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งมีเวลาจำกัดและไม่มีงบประมาณให้ จากการศึกษาพบปัญหาหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความยากจน ระบบสาธารณูปโภค น้ำที่ไม่สะอาด และคนขาดความรู้และไม่สนใจต่อสุขอนามัย หากต้องแก้ไขปัญหาทั้งหมดคงต้องใช้งบประมาณและเวลามหาศาล แทนที่จะทำอย่างนั้น หมอได้ค้นหาเด็กที่ยากจนแต่มีสุขภาพที่ดีมาศึกษาพบว่ามีพฤติกรรมการบริโภคคล้ายคลึงกัน คือแบ่งอาหารออกเป็นมื้อย่อย4 มื้อ แทนที่จะเป็นมื้อใหญ่ 2 มื้อตามปกติ
นอกจากนั้นเด็กเหล่านั้นยังใส่กุ้งแห้งและมะเขือเทศผสมไปในข้าว ซึ่งสิ่งเหล่านั้นถูกมองว่าเป็นอาหารชั้นต่ำ จากสิ่งเหล่านั้นทำให้เด็กไม่ขาดสารอาหารและสุขภาพดี หมอที่ดูแลจึงนำวิธีการดังกล่าวไปเผยแพร่ในหมู่บ้าน และช่วยให้ภาวะขาดสารอาหารลดลงได้อย่างชัดเจน
จากแนวคิดข้างต้นจะเห็นได้ว่าเราสามารถประยุกต์หลักการดังกล่าวได้กับหลายเรื่อง แม้แต่เรื่องการเงิน บางครั้งหากเราไปจมอยู่กับปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือการไม่มีความรู้ในการลงทุน แทนที่เราจะไม่ทำอะไรเลยเพราะไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร สู้ไปศึกษาคนที่ประสบความสำเร็จและมีประสบการณ์ เป็น Expertในเรื่องนั้นๆ แล้วเลียนแบบแนวทางที่เขาเหล่านั้นประสบความสำเร็จมา จะช่วยให้การไปถึงความฝันเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น
เลิกแก้ปัญหาแล้วมาหาแนวทางแห่งความสำเร็จกันดีกว่า







