
สิงคโปร์อัดเงินช่วยSME
ทุ่ม1,200ล้านดึงต่างชาติร่วมลงทุน ดันธุรกิจใหม่เข้าถึงแหล่งเงินขยายกิจการ
ทุ่ม1,200ล้านดึงต่างชาติร่วมลงทุน ดันธุรกิจใหม่เข้าถึงแหล่งเงินขยายกิจการ
สิงคโปร์อัดฉีดเพิ่ม 1,200 ล้าน ดึงต่างชาติร่วมทุน หนุนเอสเอ็มอีมือใหม่ขยายกิจการ
เตียวฉีเฮียน รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ เปิดเผยระหว่างการประชุมเทคเวนเจอร์ประจำปี 2556 ระบุว่า รัฐบาลวางแผนให้เงินสมทบทุนเพิ่มเติมอีกสูงถึง 50 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 1,200 ล้านบาท) ในกองทุนเพื่อการสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจขนาดเล็ก (อีเอสวีเอฟ) หวังดึงดูดให้ธุรกิจร่วมทุน (เวนเจอร์ แคปปิตอล) ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามาร่วมลงทุนในบริษัทที่เพิ่งเริ่มกิจการที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ซึ่งหมายรวมถึงวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพิ่มขึ้น
ภายใต้แผนการของกองทุนดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติสิงคโปร์ (เอ็นอาร์เอฟ) จะเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานการบริหารกองทุน โดยตั้งเป้าส่งเสริมให้ธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จนสามารถเติบโตเป็นบริษัทขนาดใหญ่ต่อไปได้ในอนาคต
“ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมารัฐบาลรับรู้ถึงปัญหาว่า ทั้งในประเทศและภูมิภาคยังคงขาดแคลนการร่วมลงทุนในบริษัทที่เพิ่งเริ่มตั้งตัว และบริษัทขนาดเล็กในสิงคโปร์จำนวนมากต้องประสบปัญหาการดึงดูดธุรกิจร่วมทุนจากทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นการร่วมสมทบทุนของรัฐบาลในครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้กองทุนดังกล่าวมีเงินทุนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัวที่ 100 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 2,400 ล้านบาท)” รองนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ระบุ
สอดคล้องกับความเห็นของ โหลวเต็กเซ็ง กรรมการผู้จัดการเอ็นอาร์เอฟ มองว่า การสมทบทุนของรัฐบาลจะช่วยดึงดูดให้ธุรกิจร่วมทุนหน้าใหม่ทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจขนาดเล็กเพิ่มเติม
ทั้งนี้ นับตั้งแต่รัฐบาลสิงคโปร์เริ่มประกาศใช้แผนกองทุนเพื่อการสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจอีเอสวีเอฟ ตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ค. 2551 มีธุรกิจร่วมทุนทั้งในและต่างประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้มีการลงทุนในธุรกิจเอสเอ็มอีของประเทศในหลายภาคส่วน เช่น ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรม และเทคโนโลยีด้านการแพทย์ ซึ่งช่วยส่งเสริมศักยภาพของธุรกิจให้สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่ง







