
โซเชียล...ใช้ให้เป็น
แม้การสื่อสารผ่านสื่อช่องทางที่เรียกว่า โซเชียล เน็ตเวิร์ก จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในยุคดิจิตอล แต่จากสองเคสใหญ่สดๆ คือ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น
แม้การสื่อสารผ่านสื่อช่องทางที่เรียกว่า โซเชียล เน็ตเวิร์ก จะไม่ใช่เรื่องใหม่ในยุคดิจิตอล แต่จากสองเคสใหญ่สดๆ คือ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ที่ผ่านมา และการคัดค้านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย สำหรับโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง (EHIA) พร้อมต่อต้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ที่กำลังเป็นประเด็นร้อนแรงในขณะนี้
สะท้อนให้เห็นพลังของกลุ่มคนเจเนอเรชันใหม่ ที่หากว่าวันหนึ่งจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างแล้วก็สามารถปลุกกระแสพลังเงียบให้ฮือฮาได้ และแม้รัฐบาลจะรับฟังเสียงคัดค้านเหล่านี้หรือไม่ แต่จากข้อมูลที่ถูกแชร์และส่งต่อกันไปมากมาย ก็ทำให้หลายคน “ตาสว่าง” ว่าโครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์และการทำอีเอชไอเอแบบเข้าข้างรัฐบาลนั้น แฝงความไม่ชอบมาพากลอยู่สูงมาก
ขณะที่กรณีซีรีส์ดัง ฮอร์โมน..วัยว้าวุ่น ที่ทำเอาเว็บล่มแล้วล่มอีกในช่วงที่ซีรีส์เรื่องนี้ออกอากาศ และมีการทวีตถึงฉากและบทที่ร้อนแรงของคนกลุ่มเล็กๆ
แต่กลับกลายจุดชนวนให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ต้องเข้ามาตรวจสอบ และถูกมองว่าเสมือนเป็นการฆ่าตัวตายของ กสท. เพราะหลังจากมีข่าวออกไปว่า กสท. เข้ามาตรวจสอบก็ถูกต่อต้านจากโลกโซเชียลอย่างรุนแรง จนท้ายที่สุด กสท. ต้องยอมถอย
ตอกย้ำว่าทุกวันนี้ช่องทางโซเชียล เน็ตเวิร์ก กลายเป็นช่องทางหลักและปลุกพลังได้มากขึ้น เห็นได้จากการคัดค้านเขื่อนแม่วงก์ที่จุดกระแสในโลกออนไลน์จนสื่อทีวีทุกช่องและทุกค่ายต้องหันมาสนใจข่าวการคัดค้านดังกล่าวทั้งที่เมินเฉยในตอนแรกด้วยซ้ำ
ดังนั้น เมื่อโลกอินเทอร์เน็ตกลายเป็นสิ่งเสพติดของผู้คนยุคนี้ การรู้จักใช้เครื่องมือราคาถูกให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและสังคมก็เป็นมุมดีๆ ของโลกโซเชียล เน็ตเวิร์ก แต่ก็ควรเป็นการสื่อสารบนความพอดี เพราะเหนือสิ่งอื่นใด การพูดคุยด้วยวาจาและภาษากายก็อบอุ่นกว่าโลกออนไลน์เป็นไหนๆ







