posttoday
สูตรสำเร็๗ (โทษ) ความสามารถในการก่อหนี้

สูตรสำเร็๗ (โทษ) ความสามารถในการก่อหนี้

01 ตุลาคม 2556

พักนี้มีข่าวว่าสถาบันการเงินปฏิเสธคำขอกู้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียมหรือบ้านพักอาศัย เพราะประเมินความสามารถในการชำระหนี้แล้วไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

พักนี้มีข่าวว่าสถาบันการเงินปฏิเสธคำขอกู้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียมหรือบ้านพักอาศัย เพราะประเมินความสามารถในการชำระหนี้แล้วไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด

เกณฑ์ที่ว่ามีหลายเกณฑ์ แต่เกณฑ์พื้นฐาน คือ ผู้กู้จะต้องจ่ายคืนเงินกู้ไม่เกินร้อยละ 30 ของรายได้สุทธิ

คำว่า “รายได้สุทธิ” คือรายได้ทั้งหมดหักด้วยรายจ่ายทั้งหมดก่อนชำระหนี้

คำถาม คือ หลักเกณฑ์ที่ว่านี้ เป็นหลักเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นมาใหม่ หรือเป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้กันมานมนานแล้ว

ความจริงหลักเกณฑ์นี้ เป็นหลักเกณฑ์พื้นฐานที่ทราบกันดี ไม่ใช่สูตรลับที่รู้เฉพาะนักการเงิน แต่ทำไมคนจำนวนมากถึงได้ถลำตัวก่อหนี้จนมีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้

ปัญหาที่คนไม่สามารถชำระหนี้ได้ ไม่ใช่เพราะไม่ทราบสูตรที่ว่า แต่เกิดจากหลายสาเหตุ

สาเหตุที่ 1 สถาบันการเงินเองไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่ว่า แข่งขันกันปล่อยสินเชื่ออย่างน่ามืดตามัวในยามที่เศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น ขนาดปล่อยสินเชื่อเกิน 150% ของราคาขายของอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ผู้กู้ไปซื้อเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ยังทำ มีการปลอดชำระคืนเงินต้น 2-3 ปี ซึ่งทำให้การประเมินความสามารถในการชำระหนี้บิดเบือน ผู้ที่มีรายได้ยังไม่เข้าเกณฑ์ที่จะได้รับสินเชื่อจึงได้รับสินเชื่อ และมีเงินเหลือพอที่จะไปก่อหนี้อื่น เช่น หนี้ส่วนบุคคลเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งเมื่อพ้นระยะการปลอดคืนเงินต้น ผู้กู้เงินไม่สามารถชำระหนี้ได้ และทำให้เกิดสภาวะฟองสบู่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เคยเป็นต้นตอให้เกิดวิกฤตการเงินในประเทศไทยมาแล้วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน

สาเหตุที่ 2 ผู้กู้ประเมินความสามารถในการหารายได้ของตัวเองในแง่ดีเกินไป เพราะคิดว่ารายได้ที่ได้รับอยู่จะมั่นคงไม่สูญหาย นับวันรายได้มีแต่จะเพิ่มขึ้น เมื่อคิดอย่างนี้ก็ไม่กลัวที่จะก่อหนี้ เพราะคิดว่ารายได้ในอนาคตที่จะได้รับเพียงพอที่จะจ่ายหนี้คืน

ความจริงรายได้เป็นปัจจัยทางการเงินที่ท่านควบคุมไม่ได้ ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่า บริษัทหรือนายจ้างของท่านจะจ้างท่านทำงานตลอดไป หรือถึงจะจ้างท่านตลอดไป ท่านแน่ใจหรือว่าบริษัทที่ท่านทำงานอยู่จะมีผลประกอบการดี มีกำไรพอจ่ายเงินเดือนและโบนัสให้ท่านเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างที่ท่านเคยได้รับ ใครจะคิดว่าบริษัทอย่างผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือระดับโลกอย่างแบล็คเบอร์รี่ จะมีปัญหาขาดทุนมหาศาลจนต้องขายกิจการออกไป ในเมื่อเพียงแค่ 23 ปีที่แล้วยังเป็นดาวเด่นของโลก ใครที่คิดอย่างนี้ ผมยืนยันว่าท่านคิดผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกยุคปัจจุบันที่มีความเปลี่ยนแปลงสูง แม้แต่บริษัทญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงว่าดูแลคนงานตลอดชีวิต เดี๋ยวนี้ก็ยังมีการปลดคนงานออก เช่น บริษัท โตชิบา ซึ่งมีข่าวว่าวันนี้ว่าปลดพนักงานในจีนออกกว่า 3,000 คน

การประเมินรายได้ดีเกินไป ผนวกกับการถูกจูงใจด้วยระบบการตลาดของสถาบันการเงินที่ลด แลก แจก แถม ให้กู้เงิน โดยเฉพาะการลดหรือยกเว้นดอกเบี้ยให้ในปีสองปีแรก ในความเห็นของผมคือสาเหตุหลักที่ทำให้คนหลายคนไม่สามารถชำระหนี้ที่ก่อขึ้นได้ เพราะเมื่อการโปรโมชันหมดไป ถึงเวลาที่ผู้กู้ต้องจ่ายหนี้คืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยในอัตราปกติ คนนั้นถึงจะรู้ตัวว่ารับภาระไม่ไหว เพราะเงินที่จะต้องหามาจ่ายคืนให้สถาบันการเงินและเจ้าหนี้อื่นๆ รวมกันเกินกว่า 30% ของรายได้

ที่แย่ไปกว่านั้น ถ้าเกิดอุบัติเหตุตกงาน ไม่มีรายได้ หรือรายได้ลดลงเพราะนายจ้างขาดทุนต้องลดรายจ่าย งดจ่ายโบนัส คนนั้นคงไม่ต้องพูดว่า จะต้องจ่ายชำระหนี้กี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้อีก เตรียมตัวถูกฟ้องร้องดำเนินคดีดีกว่า

ที่ว่านี้ไม่ได้คิดขึ้นมาเอง แต่เห็นมากับตาเพราะต้องทำตามหน้าที่ฟ้องร้องคนที่กำลังเดือดร้อนมามากต่อมากในยุคต้มยำกุ้ง เพราะไม่มีทางเลือกอื่น ลูกหนี้บางคนบอกว่า จะพยายามเปิดหลังรถขายของหาเงินมาชำระหนี้ ผมฟังแล้วสงสาร แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะเผอิญทั้งสามีและภรรยาตกงานพร้อมกัน

ผมเคยเห็นลูกหนี้ที่มีปัญหา บางคนที่เป็นข้าราชการซื้อสินค้าไฟฟ้า เช่น กู้เงินจากสหกรณ์ของหน่วยราชการเป็นเงินย่อย เพื่อนำออกไปขายต่ำกว่าราคาที่เช่าซื้อมา เพื่อหาเงินสดหมุนเวียนไปชำระหนี้นอกระบบ เพราะไม่คิดว่าวันหนึ่งรายได้ครึ่งหนึ่งของครอบครัวจะหายไป เพราะภรรยาที่ทำงานบริษัทตกงาน

ก็เล่าให้ท่านผู้อ่านทราบเป็นอุทาหรณ์ เผื่อจะช่วยตักเตือนเพื่อนฝูงคนรู้จักที่อยากจะก่อหนี้ เพราะอยากได้ของแถมว่า รายได้เป็นอนิจจัง และอยู่นอกเหนือความควบคุมของผู้มีรายได้ เพราะฉะนั้นถึงในปัจจุบันเขาจะมีรายได้พอคำนวณแล้ว เงินที่จะจ่ายคืนหนี้ไม่เกิน 30% ของรายได้สุทธิ แต่ก่อนจะก่อหนี้ควรตระหนักว่าอะไรเกิดขึ้น ถ้าเขาขาดรายได้ก่อหนี้ไป หรือรายได้ลดลง เพราะสาเหตุที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของเขา

สาเหตุประการที่ 3 ที่ทำให้คนก่อหนี้เกินตัว คือ การประมาณรายจ่ายไว้ต่ำเกินไป และไม่มีการตั้งสำรองรายจ่ายฉุกเฉิน

ปกติรายจ่ายที่นำมาคำนวณคงไม่พ้นค่าเช่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องนุ่งห่ม ค่าสันทนาการต่างๆ ตามรสนิยม มากบ้างน้อยบ้าง แต่อย่างน้อยจะถูกนำมาคำนวณเพื่อหักจากรายได้เป็นปกติ แต่ที่มักจะไม่นำมาคำนวณ คือ รายจ่ายในอนาคตว่าจะเพิ่มขึ้นเท่าไร ตามวันเวลาที่ผ่านไป วันนี้ท่านอาจจะได้รับเงินกู้เพื่อซื้อคอนโดมิเนียมสักห้องหนึ่งจากสถาบันการเงิน ถึงเงินที่จะนำไปจ่ายคืนหนี้ให้เขาไม่เกินร้อยละ 30 ของรายได้สุทธิในปัจจุบัน แต่ท่านลืมไปว่าในช่วงระยะเวลาการย่อยคืนหนี้ 30 ปี รายจ่ายของท่านจะเพิ่มขึ้นเท่าไร ถ้ามีลูก มีครอบครัว และยิ่งถ้าเกิดคนในครอบครัวเจ็บไข้ได้ป่วย รายจ่ายของท่านจะเพิ่มขึ้นอีกมากน้อยเพียงใด ในขณะที่ภาระการจ่ายคืนเงินกู้ไม่ลดลงหรือเพิ่มขึ้น ถ้าเป็นการผ่อนคืนแบบขั้นบันได

ว่าไปแล้ว รายจ่ายเป็นปัจจัยที่ท่านควบคุมได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการไม่ควบคุมรายจ่าย เช่น คนที่อยากได้คืนภาษีรถยนต์ 100,000 บาท จึงไปออกรถยนต์คันแรกมา โดยไม่คำนึงว่าค่าใช้จ่ายอะไรที่จะตามมากับรถ ตั้งแต่ค่าน้ำมันรถ ค่าที่จอดรถ ค่าล้างรถ ค่าดูแลรักษารถ ค่าทางด่วน ค่าประกันภัยชั้นหนึ่ง ค่าทะเบียนรถ ปีหนึ่งหลายหมื่นบาท หรือที่รับไม่ได้จริงๆ สำหรับผม คือ การไปทัวร์ต่างประเทศในระบบเงินผ่อน ซึ่งบางคนผ่อนทัวร์แรกยังไม่หมด ก็ไปทัวร์ที่สองเพื่อไปซื้อสินค้าราคาถูกในประเทศที่ได้ชื่อว่าค่าครองชีพแพงอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น

สรุปแล้ว คือปัญหาที่ผู้คนจำนวนไม่น้อยมีปัญหาไม่สามารถจะชำระหนี้ได้ ก็เพราะประเมินรายได้ตัวเองในอนาคตสูงเกินไป และ/หรือมีความเชื่อมั่นผิดๆ ว่าสามารถควบคุมการหารายได้ของตัวเองได้ ทั้งๆ ที่รายได้เกิดขึ้นเพราะคนอื่นจ่ายให้หรือจากคนอื่น

ส่วนอีกเหตุผลหนึ่ง คือ การไม่ควบคุมรายจ่ายทั้งๆ ที่สามารถจะควบคุมได้ เพราะรายจ่ายจำเป็นที่ต้องจ่ายนั้น ถ้าสูงเกินกว่าร้อยละ 30% ของรายได้สุทธิ ก็คงขอกู้ใครไม่ได้อยู่แล้ว รายจ่ายส่วนเกินคือรายจ่ายที่สามารถจะควบคุมได้ ถ้ามีความมุ่งมั่นที่จะทำ เช่น รายจ่ายด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งผมเคยพบนักธุรกิจที่มีธุรกิจหลายหมื่นล้านบาท เดินออกกำลังกายอยู่ในสวนสาธารณะ ไม่ต้องเสียเงินวันละหลายรอบ ทั้งๆ ที่มีอายุเกือบ 80 ปีแล้ว ในขณะที่ลูกจ้างหนุ่มสาวของท่านยอมเสียเงินปีละหลายหมื่นบาทเป็นค่าสมาชิกศูนย์ออกกำลังกายในตึก เพื่อไปเดินบนสายพานออกกำลังกาย

เพราะฉะนั้น ถ้าจะก่อหนี้ อย่าคิดแค่สูตร 30% ของรายได้สุทธิวันนี้เท่านั้น แต่ควรคิดเผื่อวันหน้าด้วย ว่าตลอดอายุการผ่อนหนี้คืน ท่านสามารถที่จะรักษาสัดส่วนการชำระหนี้คืนให้อยู่ในสัดส่วนนี้หรือไม่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท