posttoday
กระจายความเจริญ

กระจายความเจริญ

01 ตุลาคม 2556

ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่พูดถึงจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการกระจายความเจริญของภูมิภาค โดยขอเสนอแนวทางต่อยอด

ต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่พูดถึงจุดยืนเชิงยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการกระจายความเจริญของภูมิภาค โดยขอเสนอแนวทางต่อยอดกับการลงทุน 2 ล้านล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคม ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ โดยทางอากาศได้เสนอแล้วให้มีการพัฒนาห้วงอากาศ เพื่อรองรับเที่ยวบินที่จะเพิ่มขึ้น เตรียมพร้อมกับการที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการบินของอาเซียน

ในทางบก หลังจากที่รัฐบาลได้มีแนวทางการพัฒนาการคมนาคมทางบก ระบบราง ทั้งรถไฟรางคู่ รถไฟความเร็วสูง และระบบถนน พร้อมจุดเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว การพัฒนาในเชิงพื้นที่ตามแนวเส้นทางคมนาคมเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องดำเนินการไปพร้อมกัน โดยเริ่มจากพื้นที่ในจังหวัดที่มีการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องมีการพัฒนารองรับการค้า การลงทุน ที่จะเกิดขึ้น และหัวเมืองใหญ่ตามภูมิภาคต่างๆ ก็จะต้องพัฒนาให้เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่จะต้องมีเมืองใหม่มารองรับการเจริญในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง ที่มีการลงทุนมาจากประเทศต่างๆ ที่จะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออก และกระจายสินค้าในภูมิภาค หรือเมืองสำหรับให้บริการในด้านต่างๆ เช่น ด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น การพัฒนาเชิงพื้นที่ในเมืองต่างๆ ตามแนวระบบคมนาคมนี้ จะทำให้เกิดการกระจายความเจริญเข้าสู่ภูมิภาคและเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน

ในทางน้ำ โครงการต่อยอดเพิ่มเติมที่เห็นว่าน่าจะเกิดประโยชน์กับประเทศมากที่สุดคือโครงการ Energy Bridge ที่จะทำท่อส่งน้ำมันเชื่อมต่อสองฝั่งของมหาสมุทร ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงานอย่างถาวร ปัจจุบันการขนส่งน้ำมันดิบทางเรือได้ใช้ช่องแคบมะละกา หากประเทศไทยทำ Energy Bridge จะช่วยให้ร่นระยะเวลาการขนส่งน้ำมันได้ถึง 3-4 วัน ซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อย่างมาก โดยจะทำให้มีน้ำมันดิบผ่านประเทศไทยตลอดเวลา ปีละหลายล้านบาร์เรล นอกจากนี้ Energy Bridge จะไม่ใช่แค่ท่อส่งน้ำมัน แต่จะมีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่พร้อมอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจร ซึ่งจะสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับประเทศ และโครงการดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางพลังงานในภูมิภาคอย่างแท้จริง และยังจะช่วยแก้ปัญหาให้กับพื้นที่ภาคใต้ที่มีปัญหาความไม่สงบ เพราะจะนำความเจริญเข้าสู่พื้นที่ อีกทั้งรายได้ส่วนหนึ่งของทุกโครงการในพื้นที่จะต้องถูกนำมาพัฒนาพื้นที่ในภาคใต้นี้ นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเชื่อมต่อถึงการที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานทดแทนของภูมิภาค และแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ตามนโยบายของรัฐบาลที่จะมีการทำเกษตรโซนนิงเพื่อให้เกษตรกรปลูกพืชพลังงานและพืชอาหารในสัดส่วนที่เหมาะสม ผลผลิตพืชพลังงานจะสามารถนำไปผลิตเป็นเอทานอล และไบโอดีเซล เพื่อส่งออกร่วมกับน้ำมันที่กลั่นได้ อีกทั้งหน่วยธุรกิจของประเทศไทยยังสามารถไปทำคอนแทรกต์ฟาร์มมิงในประเทศเพื่อนบ้านเพื่อปลูกพืชพลังงาน ซึ่งจะเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรในประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานทดแทนของภูมิภาคด้วย

ในขณะเดียวกันก็จะต้องย้ายแรงงานจากภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมให้เข้ามาสู่ภาคบริการเพื่อให้ได้รายได้เพิ่มขึ้นตามที่กล่าวมาแล้ว นอกจากนี้ยังมีอีกนโยบายสำคัญ คือ การใช้เงินบาทเป็นเงินสกุลหลักของภูมิภาค ซึ่งหากสามารถยกระดับเงินบาทให้เป็นเงินสกุลหลักของภูมิภาคได้ ก็เหมือนกับว่าประเทศไทยจะสามารถควบคุมระบบการเงินในภูมิภาคนี้ อีกทั้งยังสามารถลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนให้กับภาคธุรกิจของไทย ประเทศไทยยังจะสามารถให้เงินกู้ในรูปเงินบาทแก่ประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาประเทศ โดยอาจจะจัดตั้งกองทุนในรูปเงินบาทเพื่อพัฒนาเฉพาะด้าน โดยหวังว่าเงินบาทจะถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนสำรองสำหรับประเทศในภูมิภาคนี้ ซึ่งในอนาคตข้างหน้าเมื่อประเทศไทยพัฒนาไปมาก และเริ่มมีภาวะถดถอย ประเทศไทยก็ยังสามารถที่จะออก QE เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เหมือนที่สหรัฐและญี่ปุ่นดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน การใช้เงินบาทเป็นเงินสกุลหลักในภูมิภาคยังเป็นตัวบังคับให้ประชาชนไทยจะต้องประพฤติปฏิบัติตัวให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสมเพื่อให้ไม่กระทบกระเทือนต่อค่าเงิน จะมาสร้างความวุ่นวายแบบในอดีตที่ผ่านมาไม่ได้ อย่างไรก็ดี สิ่งที่จำเป็นที่สุดคือการที่จะต้องปรับวิธีคิดและการดำเนินการของ ธปท. ให้ทันกับสถานการณ์เพื่อรองรับกับนโยบายนี้

หากประเทศไทยสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในทุกด้าน ศูนย์กลางพลังงานและพลังงานทดแทน ศูนย์กลางการให้บริการในรูปแบบต่างๆ และมีเงินบาทเป็นเงินสกุลหลักของภูมิภาคแล้ว เชื่อได้ว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีความเจริญมากที่สุด และจะเป็นศูนย์กลางการกระจายความเจริญของภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน

หันมามองแนวทางของพรรคฝ่ายค้านที่ได้เสนอนโยบายไทยเข้มแข็ง 2020 ซึ่งนับว่าเป็นทิศทางที่ดีที่ทุกพรรคการเมืองควรเสนอนโยบายที่จะพัฒนาประเทศแข่งกัน ดีกว่าที่จะแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทั้งในสภาและนอกสภา ตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าชื่อไทยเข้มแข็งอาจจะไปสะท้อนปัญหาเดิมที่เกิดขึ้น และยังเป็นปัญหาอยู่ อีกทั้งปัญหาการใช้วงเงินในงบประมาณก็จะมีข้อจำกัด และเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เพราะยังจำคำว่างบประมาณสมดุลของฝ่ายค้านที่พูดไว้ว่าจะไม่กู้ได้

สุดท้ายแล้วประชาชนส่วนใหญ่จะเป็นผู้ตัดสิน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท