
สั่งกรมศุลฯเข้มภาษีรถหรู
เน้นจับตากลุ่มเกรย์มาร์เก็ตแจ้งราคาต่ำ เบญจากำชับอธิบดีหาทางรับมือเออีซี
เน้นจับตากลุ่มเกรย์มาร์เก็ตแจ้งราคาต่ำ เบญจากำชับอธิบดีหาทางรับมือเออีซี
เบญจา สั่งอธิบดีศุลกากรเข้มสอบการนำเข้ารถหรู หลังทำรัฐสูญรายได้
นางเบญจา หลุยเจริญ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร เข้มงวดการนำเข้ารถยนต์หรูให้เสียภาษีให้ถูกต้อง จากที่ก่อนหน้านี้มีปัญหาการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ทำให้ประเทศสูญเสียเงินภาษีจำนวนมาก ทั้งภาษีนำเข้า ภาษีสรรพสามิต และภาษีมูลค่าเพิ่ม
นางเบญจา กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมศุลกากรได้มีการปรับวิธีและกระบวนการเกี่ยวกับการนำเข้ารถยนต์หรูให้มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยได้ตั้งคณะทำงานเกี่ยวกับการนำเข้าสินค้าเพื่อตรวจสอบการสำแดงราคาของรถหรูทุกยี่ห้อที่มีการนำเข้ามาในประเทศไทย จากนั้นให้นำมาเปรียบเทียบกับราคาสำแดงในปัจจุบันของผู้ประกอบการนำเข้ารถหรูอิสระ (เกรย์มาร์เก็ต) เพื่อตรวจสอบว่าผู้ประกอบการดังกล่าวมีการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด
ทั้งนี้ ยังสั่งห้ามเจ้าหน้าที่ไม่ให้มีการขีดฆ่าแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการใดๆ โดยเด็ดขาด เนื่องจากพบว่ามีการสำแดงราคารถยนต์หรูต่ำกว่าความจริง นอกจากนี้ ยังห้ามไม่ให้มีการโอนรถยนต์หรูก่อนขายให้ผู้ซื้อจริงเกินกว่า 1 ครั้ง เพราะจะทำให้ตรวจสอบการเสียภาษีทำได้ยากขึ้น ซึ่งทางกรมศุลกากรจะอนุญาตให้มีการโอนก่อนขายให้ผู้ซื้อจริงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ก่อนหน้านี้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้เข้าตรวจสอบผู้ประกอบการเกรย์มาร์เก็ตว่ามีการนำเข้ารถยนต์และสำแดง ภาษีต่ำกว่าจริงหรือไม่ หลัง พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ออกมา เปิดเผยข้อมูลว่า มีการตรวจสอบพบการนำเข้ารถหรูเลี่ยงภาษีที่มีการลักลอบดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2551 จนถึงขณะนี้ประเทศชาติเสียหายไปแล้วกว่า 5-6 หมื่นล้านบาท โดยเฉลี่ยเลี่ยงภาษีคันละ 1 ล้านบาท
“กรมศุลกากรได้มีการสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปหลายส่วน โดยบางส่วนพบว่ามีมูลและอยู่ระหว่างการสอบวินัยต่อไป และได้มีการปรับราคานำเข้ารถหรูให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้นด้วย” นางเบญจา กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายให้กรมศุลกากรเร่งดำเนินงานและสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ทั้งการเตรียมความพร้อมเปิดรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งจะทำให้ภาษีนำเข้าเหลือศูนย์ กระทบต่อการจัดเก็บรายได้ของกรม รวมถึงการสนับสนุนการค้าแถบชายแดน โดยการให้นักลงทุนสามารถนำเงินสดออกนอกประเทศได้เพิ่มเป็น 2 ล้านบาท จากเดิมที่ 5 แสนบาท และการป้องกันการลักลอบนำเข้าข้าวเปลือกมาสวมสิทธิในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลด้วย







