
น้ำท่วมหลอนบ้านแนวราบ
คนซื้อจิตตกชะลอตัดสินใจระยะสั้น ผู้ประกอบการมั่นใจน้ำระบายสะดวก
คนซื้อจิตตกชะลอตัดสินใจระยะสั้น ผู้ประกอบการมั่นใจน้ำระบายสะดวก
ผวาน้ำท่วมบ้านแนวราบส่อชะลอตัว ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ชี้ผู้บริโภคชะลอตัดสินใจระยะสั้น
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไตรมาสสุดท้ายมีแนวโน้มจะดีขึ้น หลังจากที่ชะลอตัวมา 2 ไตรมาส โดยผู้ประกอบการเริ่มเปิดโครงการใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่อาจจะส่งผลด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภคให้ชะลอการตัดสินใจซื้อไประยะหนึ่ง
“ในจังหวัดเกิดใหม่ที่เริ่มมีโครงการอสังหาริมทรัพย์เข้าไปลงทุน ถ้าอยู่ในทิศทางที่น้ำไหลผ่านอาจจะสร้างความกังวลใจให้กับผู้บริโภค และทำให้ตลาดบ้านแนวราบเกิดภาวะชะลอตัวลงเล็กน้อย” นายสัมมา กล่าว
ด้านนายสุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉลิมนคร ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในย่านรังสิต กล่าวว่า บทเรียนจากวิกฤตน้ำท่วมในปี 2554 ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จัดทำระบบป้องกันน้ำท่วมเอาไว้อยู่แล้ว ประกอบกับปัญหาน้ำท่วมในปีนี้มีการระบายน้ำไปในทิศทางที่กำหนด คือ ไปทางพื้นที่ระบายน้ำฝั่งตะวันออก ทำให้ผู้บริโภคคลายกังวลในเรื่องน้ำท่วมลงไป จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาด
สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดในช่วงที่ผ่านมากลับเป็นความเข้มงวดของธนาคารพาณิชย์ในการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ซื้อบ้าน เนื่องจากเกรงว่าผู้บริโภคจะมีภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากโครงการรถยนต์คันแรก และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงในการเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มากขึ้น แต่ปัญหาดังกล่าวก็ได้เริ่มคลี่คลายลงเมื่อธนาคารเห็นแล้วว่าหนี้เอ็นพีแอลในภาคอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้เพิ่มขึ้น และถือว่ายังมีอยู่น้อย จึงกลับมาปล่อยสินเชื่ออีกครั้ง ตลาดจึงมีแนวโน้มที่ดีขึ้น
ขณะที่นายสัมมากล่าวอีกว่า การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายจะยังคงรุนแรงมากขึ้น โดยผู้ประกอบการจะออกโปรโมชันที่กระตุ้นตลาดค่อนข้างแรง ซึ่งสะท้อนการแข่งขันในตลาดได้อย่างดี โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมที่คาดว่าจะมีโครงการเปิดใหม่ทั้งปีไม่ต่ำกว่า 7-7.5 หมื่นหน่วย ถือว่ามีการเปิดคอนโดมิเนียมใหม่มากที่สุด ส่วนโครงการบ้านแนวราบ น่าจะมีโครงการใหม่ทั้งปีประมาณ 4 หมื่นหน่วยใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
“ตัวเลขคอนโดมิเนียมเปิดใหม่จนถึงกลางเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีจำนวนทั้งสิ้น 5.8 หมื่นหน่วย และในไตรมาสสุดท้ายจะมีโครงการใหม่เข้าสู่ตลาดอีกมาก โดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย และโครงการที่อยู่ชานเมือง ขณะที่บ้านแนวราบถึงกลางเดือน ก.ย. มีโครงการเปิดใหม่แล้ว 2.9 หมื่นหน่วย และคาดว่าจนถึงสิ้นปีจะมีโครงการเปิดใหม่รวมกันทั้งบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมประมาณ 1.2 แสนหน่วย” นายสัมมา กล่าว







