posttoday
การปรับฐานจากเหตุปิดหน่วยงานรัฐปัญหาเพดานหนี้สหรัฐเป็นโอกาสลงทุน

การปรับฐานจากเหตุปิดหน่วยงานรัฐปัญหาเพดานหนี้สหรัฐเป็นโอกาสลงทุน

30 กันยายน 2556

ไฮไลต์การลงทุนสัปดาห์นี้อยู่ที่สหรัฐ ปัญหางบประมาณ เพดานหนี้ ไปจนถึงการลดทอน QE จะสร้างความผันผวนให้กับการลงทุน หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอาจหยุดให้บริการชั่วคราว หากสภาคองเกรสไม่สามารถหาข้อยุติเกี่ยวกับงบประมาณปี 2557 ก่อนเส้นตายในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งจะถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

ไฮไลต์การลงทุนสัปดาห์นี้อยู่ที่สหรัฐ ปัญหางบประมาณ เพดานหนี้ ไปจนถึงการลดทอน QE จะสร้างความผันผวนให้กับการลงทุน หน่วยงานภาครัฐของสหรัฐอาจหยุดให้บริการชั่วคราว หากสภาคองเกรสไม่สามารถหาข้อยุติเกี่ยวกับงบประมาณปี 2557 ก่อนเส้นตายในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งจะถ่วงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ

Moody’s Analytics Inc. ประเมินว่า การปิดหน่วยงานรัฐ 34 สัปดาห์ อาจฉุดการเติบโตถึง 1.4% ในไตรมาส 4 จากประมาณการเดิมที่คาดว่าจะโตได้ถึง 2.5%

การปิดหน่วยงานรัฐชั่วคราวในสหรัฐเคยเกิดขึ้นหลายครั้ง เช่น ปลายปี 2538 สมัยประธานาธิบดีคลินตัน หลังจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันไม่สามารถตกลงกันได้ทันเส้นตาย แต่แรงกดดันจากชาวอเมริกันที่เดือดร้อนก็บีบให้ฝ่ายการเมืองต้องประนีประนอมกันในที่สุด

ครั้งนี้ก็เช่นกัน การปิดหน่วยงานรัฐชั่วคราวอาจเกิดขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลระยะสั้นต่อเศรษฐกิจ แต่ในระยะถัดไป หน่วยงานรัฐก็จะกลับมาเปิดทำการตามปกติ เศรษฐกิจก็จะกลับมาเข้าที่เข้าทาง

นอกจากเรื่องงบประมาณปี 2557 แล้ว หนี้ภาครัฐของสหรัฐก็ใกล้แตะเพดานเต็มแก่ และจำเป็นต้องขยับเพดานขึ้นไปก่อนเส้นตายในวันที่ 17 ต.ค. มิฉะนั้นรัฐบาลสหรัฐเสี่ยงจะผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมเงินแพงขึ้น และถ่วงการฟื้นเศรษฐกิจ รวมถึงจะสร้างความโกลาหลให้กับตลาดการเงินโลก เนื่องจากพันธบัตรและสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับการยอมรับมาตลอดว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูง

เช่นเดียวกันกับเรื่องการปิดหน่วยงานรัฐชั่วคราว การต่อรองเพื่อเพิ่มเพดานหนี้เกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้วในประวัติศาสตร์สหรัฐ หลายครั้งดูน่าหวาดหวั่นถึงขั้นเลยเส้นตายไปแล้วก็มี ซึ่งได้สร้างความผันผวนต่อตลาดการเงิน แต่ในที่สุดก็ตกลงกันได้ ส่วนหนึ่งเพราะนักการเมืองสหรัฐคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

ดังนั้น การปรับฐานของตลาดการเงินจากเหตุชั่วคราวเหล่านี้จึงเป็นโอกาสสำหรับการลงทุน

กรณีการปิดหน่วยงานรัฐและการเจรจาขยายเพดานหนี้เกิดยืดเยื้อ จนฉุดการฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐ บทบาทของนโยบายการเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจจะมีความจำเป็นมากยิ่งขึ้น สถานการณ์เช่นนี้จะทำให้เฟดจำเป็นต้องเลื่อนแผนการลดทอน QE ออกไป ซึ่งจะช่วยจำกัดความเสี่ยงด้านล่างของตลาดหุ้น

การปรับฐานของตลาดหุ้นบ้านเราจากเหตุภายนอกดังกล่าว อาจดึงดัชนี SET ลงมาใกล้ 1,400 จุด จึงเป็นโอกาสในการทยอยเลือกเก็บหุ้นพื้นฐานดีที่ราคาถอยแรงเกินเหตุ

ล่าสุดบอนด์ยิลด์ 10 ปีของสหรัฐ ถอยลงมาเหลือ 2.62% จากจุดสูงสุดก่อนหน้าที่ 3% ส่วนบอนด์ยิลด์ 10 ปีของไทยอยู่ที่ 3.95% จากจุดสูงสุดก่อนหน้าที่ 4.4% บอนด์ยิลด์ที่ร่วงลงส่งผลดีต่อการประเมินมูลค่าหุ้น

แม้ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมาจะดูอ่อนแอกว่าที่คาด การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างเชื่องช้า แต่การเติบโตราว 3.7% ในปีนี้ไม่เลวร้ายจนเกินไป ทั้งๆ ที่ภาคส่งออกอ่อนแอ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ภาคบริโภคแผ่ว และการใช้จ่ายภาครัฐต่ำ เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเติบโตอย่างน้อย 4.24.6% ในปี 2557-2558

ท่ามกลางภาวะตลาดหุ้นที่อ่อนแอ แต่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังคงเติบโตดี กลุ่มสื่อสารนอกจากขยายตัวดีแล้ว ยังจ่ายเงินปันผลสูง เมกะโปรเจกต์ยังมีออกมาเป็นระยะ แม้ไม่สูงถึง 2 ล้านล้านบาท ขณะที่หุ้นอาหารและโภคภัณฑ์จะฟื้นตัวจากฐานกำไรที่ต่ำ

ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (ROE) ยังอยู่ในเกณฑ์ดีและ โน้มสูงขึ้น จากการประหยัดจากการผลิตขนาดใหญ่ขึ้น อำนาจกำหนดราคา อัตราส่วนการหมุนรอบของสินทรัพย์และการใช้สินทรัพย์มีประสิทธิภาพดีขึ้น หุ้นแนะนำลงทุน AOT, BTS, CENTEL, CHG, DTAC, INTUCH, JAS, SCC, STEC, TTCL

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ