
‘อำพล’ถกบอร์ดนัดแรก ตั้ง2ผู้ช่วยผู้ว่าแบงก์ชาติ
ประชุมบอร์ด ธปท.นัดแรกประธานใหม่ แต่งตั้งผู้ช่วยผู้ว่าการ 2 ตำแหน่ง
ประชุมบอร์ด ธปท.นัดแรกประธานใหม่ แต่งตั้งผู้ช่วยผู้ว่าการ 2 ตำแหน่ง
นายอำพน กิตติอำพน ประธานคณะกรรมการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (บอร์ด ธปท.) กล่าวภายหลังประชุมบอร์ดครั้งแรกในฐานะประธาน ว่า ที่ประชุมมีมติให้แต่งตั้ง นายปริยวัจน์ ไชยนุวัติ เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร แทน นายนพพร ประโมจนีย์ และ 2.แต่งตั้ง นายเพิ่มสุข สุทธินุ่น เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายระบบข้อสนเทศ แทน น.ส.สิบพร ถาวรฉันท์ ที่เกษียณอายุ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้
นอกจากนี้ ได้พิจารณาเรื่องการจ่ายค่าธรรมเนียมการตรวจสอบบัญชีของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประเมินผลการทำงานของผู้ช่วยผู้ว่าการ ฝ่ายตรวจสอบภายในของ ธปท. และพิจารณาแก้ไขระเบียบการชดใช้ทุนของพนักงาน ธปท.ใหม่ เพื่อให้เป็นหลักปฏิบัติเดียวกัน
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การใช้ทุนของพนักงาน ธปท. ในกรณีที่ป่วยหนักถึงขั้นไอซียู ที่ประชุมมีมติให้ไม่ต้องชดใช้ทุน ให้ยกเลิกหนี้ที่ต้องใช้ทุนให้
“ที่ประชุมวันนี้ไม่ได้พูดคุยกันเรื่องภาวะเศรษฐกิจจะแย่โตต่ำ 4% หรือไม่ เพราะเรื่องเศรษฐกิจมีคณะกรรมการด้านต่างๆ ดูแลโดยตรง และมีผู้ว่าการ ธปท.ดูแลอยู่แล้ว ส่วนเรื่องทองคำก็ได้มีการหยิบยกขึ้นมาหารือแต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของกระทรวงการคลัง” นายอำพน กล่าว
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การใช้ทุนของพนักงานธปท. ในกรณีที่ป่วยหนักถึงขั้นไอซียู ที่ประชุมมีมติให้ไม่ต้องชดใช้ทุน ให้ยกเลิกหนี้ที่ต้องใช้ทุนให้ เพราะถือว่าไม่มีเจตนาไม่ชำระ เพียงแต่ร่างการไม่อำนวย และกรณีที่ป่วยเรื้อรัง ถึงไม่หนักขั้นไปซียู แต่ร่างกายไม่อำนวยให้สามารถปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ ก็มีติให้ใช้เฉพาะทุน แต่ไม่ให้ชดใช้ค่าปรับเพิ่มเติม แต่มีเงื่อนไขว่าพนักงานเหล่านี้ตั้งไม่ไปทำงานให้กับสถาบันการเงินอื่นๆ หากฝ่าฝืนไปทำงานให้สถาบันการเงินอื่นจะถูกปรับเป็น 2 เท่า
“ที่ประชุมวันนี้ไม่ได้พูดคุยกันเรื่องภาวะเศรษฐกิจจะแย่โตต่ำ 4% หรือไม่ เพราะเรื่องเศรษฐกิจมีคณะกรรมการด้านต่างๆดูแลโดยตรง และมีผู้ว่าการ ธปท.ดูแลอยู่แล้ว ส่วนเรื่องทองคำก็ได้มีการยิบยกขึ้นมาหารือแต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของกระทรวงการคลัง” นายอำพนกล่าว
ด้านนายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี เลขานุการ คณะกรรมการบอร์ด ธปท. กล่าวว่า ที่ประชุมเช้าวันนี้ มีมติให้แต่งตั้งผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. ทดแทนผู้เกษียณอายุ ดังต่อไปนี้ 1. แต่งตั้งให้ นายปริยวัจน์ ไชยนุวัติ เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตรธนาคาร แทน นายนพพร ประโมจนีย์ ที่ครบเกษียณอายุ และ 2.แต่งตั้ง นายเพิ่มสุข สุทธินุ่น เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ สายระบบข้อสนเทศ แทน น.ส.สิบพร ถาวรฉันท์ ที่เกษียณอายุ ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2556 นี้เป็นต้นไป
รายงานข่าวจากธปท. เปิดเผยว่า ผู้บริหารที่ได้แต่งตั้งทั้ง 2 ท่านเป็นลูกหม้อของธปท.มาตลอด การได้รับแต่ตั้งก็เป็นไปตามที่มีการคาดการณ์และเสนอผู้ว่าการไปก่อนหน้านี้ ซึ่งในปีนี้ผู้บิหารที่เกษียณไม่มาก แต่ปีหน้าจะมีการผลักใบผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่ง
ธปท.เผยทุนสำรองประเทศเพิ่ม 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ที่ระดับ 1.711 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คาดเพิ่มจากทางการแทรกแซงไม่ให้บาทแข็งค่าเร็ว
ธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) รายงานฐานะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศของ ณ วันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมาว่า อยู่ที่ระดับ 1.711 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.307 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6.25 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบันซึ่งเคลื่อนไหวที่ระดับ 31.25 บาท/เหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้าทุนสำรองฯอยู่ที่ระดับ 1.691 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.383 ล้านล้านบาท
ด้านฐานะซื้อเงินตราต่างประเทศล่วงหน้าสุทธิ (Forward) อยู่ที่ระดับ 2.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์อยู่ที่ 2.25 หมื่นเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้ทุนสำรองระหว่างประเทศสุทธิ ซึ่งรวมทุนสำรองฯในปัจจุบันและForward แล้วอยู่ที่ระดับ 1.934 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ คาดว่าสาเหตุที่ทุนสำรองฯเพิ่มขึ้น เป็นผลจากธปท.เข้าดูแลค่าเงินบาท ไม่ให้ผันผวนแข็งค่าเร็วเกินไป ด้วยการเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐฯในตลาดเข้าเก็บในทุนสำรองฯ เพราะสัปดห์ที่ผ่านมาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดผิดไปจากที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ โดยตลาดคาดกว่าเฟดจะทยอยลดมาตรการผ่อนคลายปริมาณเงินหรือคิวอีลง เพราะสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐปรับดีขึ้น แต่เฟดกลับไม่มีการประกาศลดคิวอีเลย ส่งผลให้เงินทุนจากต่างประเทศไหลกลับเข้ามาลงทุนหาผลตอบแทนในภูมิภาคเอเซีย ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ รวมทั้งประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งเมื่อปริมาณเงินเหรียญสหรัฐมีมากก็กดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับฐานเงินหรือเงินสดหมุนเวียนในมือภาคเอกชนและเงินฝากของสถาบันการเงินที่ธปท. ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.359 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 1.324 ล้านล้านบาท สะท้อนปริมาณสภาพคล่องเงินสดในระบบเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง







