posttoday
ส่องตลาด"เวียดนาม"เกาะติดเทรนด์เข้าซื้อกิจการ

ส่องตลาด"เวียดนาม"เกาะติดเทรนด์เข้าซื้อกิจการ

27 กันยายน 2556

นอกจากประเทศพม่าและอินโดนีเซียแล้วในอาเซียนด้วยกันยังมีประเทศเวียดนาม ที่เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก แม้ว่าเรื่องเงินเฟ้อจะเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองว่าเวียดนามจะแก้ปัญหาอย่างไร

นอกจากประเทศพม่าและอินโดนีเซียแล้วในอาเซียนด้วยกันยังมีประเทศเวียดนาม ที่เป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก แม้ว่าเรื่องเงินเฟ้อจะเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายจับตามองว่าเวียดนามจะแก้ปัญหาอย่างไร

แต่เรายังเห็นความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการเข้าไปลงทุนในรูปแบบของการเข้าซื้อกิจการ (Merger & Acquisition, “M&A”) ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งวิธีที่มีประสิทธิภาพในการเข้าสู่ตลาดในแต่ละธุรกิจและใช้เวลาน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการลงทุนใหม่ (Greenfield investment)

การแก้ไขกฎหมายซึ่งปลดล็อกการดำรงสัดส่วนการถือหุ้นของนักลงทุนต่างชาติที่เคยถือหุ้นได้สูงสุด 49% ให้สามารถถือหุ้นได้ 100% ในธุรกิจหลายๆ ประเภทเมื่อหลายปีก่อน เป็นทั้งโอกาส และความท้าทายของทั้งเวียดนามเอง และธุรกิจต่างชาติ

จากงานประชุมเกี่ยวกับการลงทุนด้วยวิธีการเข้าซื้อกิจการล่าสุด (M&A Forum) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงการวางแผนและการลงทุนแห่งประเทศเวียดนาม (Vietnam Ministry of Planning and Investment : MPI) ที่เมืองโฮจิมินห์ เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการพูดในฟอรัมว่า ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาการลงทุนด้วยวิธีนี้ในเวียดนามเพิ่มขึ้นจาก1 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2552 เป็น 5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2555 โดย 66% ของการลงทุนด้วยวิธีนี้มาจากนักลงทุนต่างชาติ

ดีลใหญ่ๆ ที่สำคัญ รวมไปถึงดีลที่ VietinBank หนึ่งในผู้นำด้านธนาคารพาณิชย์ของรัฐในเวียดนาม ขายสัดส่วนการถือหุ้น 20% ให้แก่ธนาคารแห่งโตเกียวมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ (BTMU) ด้วยมูลค่า 743 ล้านเหรียญสหรัฐ ในเดือน ธ.ค. 2555 และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ กลุ่มปูนซิเมนต์ของไทยก็ได้ลงนามข้อตกลงมูลค่า 240 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเข้าถือหุ้น 85% ของกลุ่มบริษัท Prime Group ซึ่งประกอบธุรกิจกระเบื้องเซรามิกชั้นนำของเวียดนาม

ต่อเนื่องมาถึงปี 2556 โดยการเข้าซื้อกิจการที่ดึงดูดความสนใจของหลายฝ่ายไม่น้อยในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ คือ ดีลที่บริษัท VinGroup ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม ขายศูนย์การค้า Vincom Center A ในย่านหรูให้กับบริษัท The Vietnam Infrastructure and Property Development (VIPD) Group ในมูลค่า 470 ล้านเหรียญสหรัฐ

บริษัทเวียดนามหลายแห่งได้รับบทเรียนจากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจภายในประเทศในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า พวกเขามีศักยภาพแต่ขาดประสบการณ์ด้านการบริหารและการพัฒนากลยุทธ์ ดังนั้นบริษัทเหล่านี้จึงต้องการนักบริหารมืออาชีพมาช่วยเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ

ในขณะเดียวกัน บริษัทต่างชาติต่างก็กำลังขยับขยายมาในภูมิภาคอาเซียน มีการประเมินว่า เราจะได้เห็นการเข้าซื้อกิจการที่ใหญ่และมากขึ้นในเวียดนามในช่วงปี 2556-2560 โดยเฉพาะภาคสินค้าอุปโภคบริโภคและภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ

ความเคลื่อนไหวเรื่องการเข้าซื้อกิจการในเวียดนามเป็นประเด็นที่น่าติดตาม เพราะไม่ว่าผู้ประกอบการไทยจะพิจารณาขยายหรือไม่ขยายธุรกิจไปเวียดนาม แต่พัฒนาการของความแข็งแกร่งของธุรกิจในเวียดนามย่อมกระทบต่อธุรกิจไทยแน่นอน เพียงแต่จะมาในรูปแบบของโอกาสหรือความเสี่ยงต่อธุรกิจ เป็นเรื่องที่แต่ละธุรกิจต้องเตรียมรับมือให้ดี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท