
ไม่ทันการณ์
กระทรวงพาณิชย์ออกมาประเมินแล้วว่า ภาคส่งออกไทยในปีนี้จะขยายตัวไม่เกิน 4% จากช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขการส่งออกขยายตัวเพียง 1% เท่านั้น และหากจะต้องทำให้ขยายตัวในอัตรา 4% จะต้องทำยอดขายให้ได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
กระทรวงพาณิชย์ออกมาประเมินแล้วว่า ภาคส่งออกไทยในปีนี้จะขยายตัวไม่เกิน 4% จากช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ตัวเลขการส่งออกขยายตัวเพียง 1% เท่านั้น และหากจะต้องทำให้ขยายตัวในอัตรา 4% จะต้องทำยอดขายให้ได้เดือนละไม่ต่ำกว่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
เป็นที่มาที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการส่งออกในช่วง 3 เดือนสุดท้ายให้ได้มากที่สุด
ทั้งนี้ มีสินค้าสำคัญ 13 รายการ ที่รัฐบาลจะชูเป็นหัวหอกหลักในการฟื้นยอดส่งออกในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ ประกอบด้วย สินค้าอัญมณี แฟชั่น อาหารกระป๋อง เครื่องปรับอากาศ เครื่องดื่ม ผ้าผืน อะลูมิเนียม เสื้อผ้า มันสำปะหลัง ผักและผลไม้ ชิ้นส่วนยานยนต์ อาหารทะเลกระป๋องและอาหารแปรรูป
สำหรับกลยุทธ์ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะเพิ่มยอดสินค้าสำคัญ 13 รายการ จะแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ เช่น การผลักดันสินค้าแฟชั่นและอัญมณีในตลาดสหรัฐ จะจัดผู้แทนการค้าไปเจรจา จัดโรดโชว์ สร้างภาพลักษณ์ผ่านสื่อ ลงประชาสัมพันธ์สินค้าในไทม์สแควร์ ลงโฆษณาในนิตยสารไทมส์และโวค
เช่นเดียวกับตลาดยุโรป สำหรับอาหารกระป๋องจะเน้นจัดคณะโรดโชว์ไปพบกับลูกค้าหลายใหญ่ เป็นต้น ขณะที่ตลาดจีนสินค้าเป้าหมายคือ มันสำปะหลัง ผักและผลไม้ เน้นแก้อุปสรรคการค้า การซื้อขายผ่านระบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
อย่างไรก็ตาม หากเข้าไปดูยอดส่งออกในช่วง 8 เดือนของปีนี้ พบว่าหมวดสินค้าที่เป็นหัวหอกหลัก อาทิ หมวดสินค้าเกษตร/อุตสาหกรรมเกษตร ภาพรวมลดลง 7.1% ข้าว (1.4%) ยางพารา (12.8%) อาหารทะเลแช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป (ไม่รวมกุ้ง) (2.8%) กุ้งแช่แข็งและแปรรูป (30.2%) ส่วนผักและผลไม้ (+4.4%)
จะเห็นได้ว่าสินค้าเกษตรที่มียอดส่งออกลดลงอย่าง ข้าว ยางพารา ต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลทั้งโครงการรับจำนำข้าว การแทรกแซงราคายาง ทำให้สินค้ามีราคาสูงกว่าตลาดและสุดท้ายก็ขายไม่ออกค้างสต็อกอยู่บานเบอะ
เพราะฉะนั้นหากรัฐต้องการแก้ไขปัญหาการส่งออกส่วนหนึ่งคงต้องแก้ที่รัฐบาลเอง ซึ่งเป็นต้นตอของเรื่องทั้งหมด ส่วนกลยุทธ์ผลักดันเป้าหมายเฉพาะหน้า ดูแล้วว่าคงจะไม่ทันการณ์ คงต้องทำใจยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น







