
บริษัท ซิตี้วอล์ค
ธุรกิจสวนน้ำในช่วงนี้ถือว่ามาแรงเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นที่หัวหิน ชะอำ หรือพัทยา ล้วนมีผู้ประกอบการหน้าใหม่จ่อคิวเปิดสวนน้ำทั้งสิ้น
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ธุรกิจสวนน้ำในช่วงนี้ถือว่ามาแรงเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นที่หัวหิน ชะอำ หรือพัทยา ล้วนมีผู้ประกอบการหน้าใหม่จ่อคิวเปิดสวนน้ำทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้ประกอบการสวนน้ำที่เป็นเจ้าตลาดมานานอย่าง สวนสยาม คงอยู่เฉยไม่ได้แน่
วุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิตี้วอล์ค ผู้บริหารสวนน้ำและสวนสนุก สวนสยาม เปิดเผยว่า ธุรกิจสวนน้ำคึกคักมากขึ้น หลังจากมีผู้เล่นหลายรายลงมาในตลาดนี้ เช่น ซานโตรินี ที่เพิ่งเปิดตัวสวนน้ำไปเดือนที่ผ่านมา และสวนน้ำของการ์ตูนเน็ตเวิร์คที่บางสะเหร่ ซึ่งประกาศเปิดตัวไตรมาส 2 ปีหน้า รวมถึงสวนน้ำอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ไม่ถือเป็นการแย่งส่วนแบ่งตลาดกัน เพราะเชื่อว่าการมีสวนน้ำหลายแห่งจะช่วยขยายฐานตลาดผู้ใช้สวนน้ำให้กว้างขึ้น ทำให้คนรู้จักกับสวนน้ำมากขึ้น และทำให้ผู้ประกอบการเดิมที่มีในตลาดต้องตื่นตัวปรับปรุงเพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขันด้วย
สำหรับสวนสยาม ได้วางแผนระยะยาว 10 ปี ใช้เงินลงทุน 800-1,000 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมสวนสยาม โดยที่เห็นแน่นอนในระยะ 2-3 ปีนี้ ก็คือการเพิ่มพื้นที่สวนสนุกโซนใหม่ ภายใต้แนวคิด (ธีม) อวกาศ ลงทุน 120 ล้านบาท จะมีเครื่องเล่น 3 ชนิดในพื้นที่ เปิดตัว ปีละชนิด ปีนี้น่าจะเปิดตัวได้ในวันเกิดสวนสยาม ในวันที่ 19 พ.ย.
นอกจากนี้ กำลังคัดเลือกผู้ออกแบบสวนน้ำจาก ต่างประเทศ 2 ราย เพื่อมาออกแบบสวนน้ำใน สวนสยามในอีก 10 ปีข้างหน้า คาดว่าจะใช้พื้นที่เพิ่มเติมอีก 2030 ไร่ในการขยาย ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่เฉพาะสวนน้ำ 10 ไร่ ใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท เฉพาะค่าชุดเครื่องเล่นภายในสวนน้ำไม่รวมค่าที่ดิน คาดว่าจะสรุปเลือกผู้ออกแบบได้ต้นปีหน้า และก่อสร้างเสร็จพร้อมใช้ต้นปี 2559 ไม่เพียงเท่านี้อาจจับมือพันธมิตรขยายโรงแรมหรือห้างค้าปลีกหน้าสวนสยาม เพื่อเอื้อธุรกิจที่ทำอยู่
วุฒิชัย กล่าวว่า สวนสยามยังมีแผนขยายตัวออกไปในต่างจังหวัดและต่างประเทศด้วย เพราะหากสวนสยามยังมีเพียงสวนน้ำและสวนสนุกในกรุงเทพฯ แห่งเดียว ธุรกิจก็คงขยายตัวไม่ได้มากนัก หากขยายตัวก็คงจะเป็นการขยายสวนน้ำมากกว่าสวนสนุกเพราะมีความถนัดมากกว่า อีกทั้งมีผู้เล่นรายอื่นทำสวนสนุกเคลื่อนที่อยู่แล้วไม่ต้องการไปแย่งตลาด โดยการขยายในต่างจังหวัดจะไม่ไปในจังหวัดที่มีผู้ทำสวนน้ำอยู่แล้ว ทั้งชะอำ หัวหิน พัทยา ภูเก็ต นครราชสีมา และขอนแก่น
จังหวัดที่สนใจมีทั้งหมด 3 พื้นที่ คือ พื้นที่แรกบริเวณหนองคาย และอุดรธานี พื้นที่ 2 อุบลราชธานี มุกดาหาร และศรีสะเกษ พื้นที่ 3 คือ พิษณุโลก ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นปีจะเดินสายศึกษาความเป็นไปได้ในแต่ละพื้นที่ พร้อมกับหาพันธมิตรทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ที่สนใจร่วมทุน เพราะต้องการมีผู้ร่วมทุนมากกว่าไปลงทุนเอง ซึ่ง น่าจะเป็นสวนน้ำขนาดเล็กใช้พื้นที่แค่ 10-20 ไร่ ขณะที่ต่างประเทศมีพันธมิตรหลายรายชวนสวนสยามไปลงทุนสวนน้ำ ได้แก่ จีน พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย
ทั้งนี้ คาดว่าจะเห็นการขยายธุรกิจไปต่างจังหวัดก่อนต่างประเทศ เพราะหากไปต่างประเทศจะมีเรื่องข้อกฎหมาย ที่สวนสยามอาจจะยังไม่คุ้นชิน เมื่อเทียบกับ ในประเทศที่ทราบดีอยู่แล้วว่า การทำธุรกิจสวนน้ำต้องเกี่ยวพันกับกฎหมายใดบ้าง และมั่นใจว่าขณะนี้สวนสยามมีความพร้อมเพรียงพอแล้วที่จะขยายธุรกิจทั้งในแง่กำลังคนและเงินทุน
ในส่วนของภาพรวมธุรกิจ 8 เดือน ยอดผู้ใช้บริการคนไทยลดลง ผลจากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อลด ดังนั้นจึงปรับเป้าหมายรายได้ปีนี้ จากเดิมคาดไว้ 600 ล้านบาท เหลือ 550 ล้านบาท และคาดว่าจะมีกำไร 60 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน ที่กำไร 80 ล้านบาท พร้อมลดเป้าหมายจำนวนผู้ใช้บริการจาก 1.5 ล้านคน เป็น 1.3-1.4 ล้านคน เป็นต่างชาติ 20% หรือ 2.5 แสนคน เพิ่มจากปีที่ผ่านมาที่มี 10% คนไทยเหลือ 80% จากเดิม 90% ส่วนปีหน้าหากไม่มีเหตุการณ์อะไร ตั้งเป้ารายได้ 750 ล้านบาท ผู้ใช้บริการ 1.72 ล้านคน
สำหรับไตรมาสสุดท้ายเตรียมสร้างสีสันให้ตลาด โดยการจัดกิจกรรม Big Octobor 2013 ต้อนรับลูกค้าปิดเทอม วันที่ 527 ต.ค. โดยจะมีกิจกรรมให้ผู้สนใจ มาแสดงความสามารถพิเศษผ่านเวทีมาย ทาเล้นท์ พร้อมเวที มิวสิค อิน เดอะ ฟัน พาร์ค
หากสามารถเดินได้ตามแผน 10 ปีนับจากนี้ อาจกล่าวได้ว่า จะเป็นยุคเฟื่องฟูของสวนสยามอีกยุคเลยก็ว่าได้







