
ภาษีหุ้น
ปริมาณเงินฝากในธนาคารพาณิชย์มีเป็นจำนวนมาก แต่การปล่อยสินเชื่อก็เคร่งครัดมากกว่าแต่ก่อน เพราะป้องกันปัญหาหนี้เสียที่จะเกิดขึ้น ดอกเบี้ยเงินฝากก็จ่ายให้ในอัตราที่ต่ำ หากผู้ฝากเงินได้รับดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยนั้นไม่ได้รับการยกเว้นภาษี ธนาคารจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 และถ้าหากเงินเฟ้ออยู่ในอัตราที่สูง บางทีการฝากเงินนั้นอาจจะไม่ได้รับประโยชน์งอกเงยเท่าที่ควรจะเป็นเผลอๆ อาจติดลบด้วย
ปริมาณเงินฝากในธนาคารพาณิชย์มีเป็นจำนวนมาก แต่การปล่อยสินเชื่อก็เคร่งครัดมากกว่าแต่ก่อน เพราะป้องกันปัญหาหนี้เสียที่จะเกิดขึ้น ดอกเบี้ยเงินฝากก็จ่ายให้ในอัตราที่ต่ำ หากผู้ฝากเงินได้รับดอกเบี้ยเงินฝากและดอกเบี้ยนั้นไม่ได้รับการยกเว้นภาษี ธนาคารจะหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 15 และถ้าหากเงินเฟ้ออยู่ในอัตราที่สูง บางทีการฝากเงินนั้นอาจจะไม่ได้รับประโยชน์งอกเงยเท่าที่ควรจะเป็นเผลอๆ อาจติดลบด้วย
ทางเลือกของบุคคลธรรมดาที่มีเงินเยอะ นอกจากจะฝากเงินกับธนาคารแล้วยังมองหาทางเลือกอื่นๆ โดยนำเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซื้อตราสารหรือไปซื้อหุ้นของบริษัทต่างๆ เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร
สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรื่องเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีจากการขายหุ้นและผลตอบแทนจากการถือหุ้นผ่านสื่อต่างๆ เพื่อได้ทราบและเข้าใจเกี่ยวกับการเสียภาษีของบุคคลธรรมดาที่มีหุ้น จึงสรุปภาษีที่เกี่ยวข้องได้ ดังนี้
บุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ที่ซื้อหุ้น หากเป็นนักลงทุนจริงๆ จะรอผลตอบแทนจากการประกอบกิจการของบริษัทที่ตนเองถือหุ้น หากบริษัทมีกำไรมากการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นก็จะได้ในอัตราที่สูงไปด้วย และเมื่อบริษัทจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น บริษัทจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 10 ของเงินที่จ่าย และเมื่อสิ้นปีภาษีบุคคลธรรมดาที่ได้รับเงินปันผลจากการถือหุ้น มีสิทธินำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีหรือไม่ก็ได้ กฎหมายให้สิทธิเลือกคำนวณภาษีได้ หากผู้รับเงินปันผลนำไปรวมคำนวณภาษีแล้วได้ประโยชน์ก็ควรนำไปรวมคำนวณภาษี โอกาสที่จะได้รับเงินภาษีคืนมีเยอะ เพราะเงินปันผลนั้นบริษัทได้เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลไปแล้ว และเมื่อจ่ายเงินปันผลก็มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก จำนวนเงินก้อนเดียวกันนั้นต้องเสียภาษีเงินได้ถึง 2 ครั้ง กฎหมายได้ให้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผลแก่ผู้รับเงินปันผล
ถ้าหากบุคคลธรรมดานั้นได้ซื้อหุ้นจากบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน เงินปันผลจากการถือหุ้นนั้นไม่ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพราะเงินปันผลนั้นได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ และไม่ต้องนำมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่อย่างใด
สำหรับบุคคลธรรมดาที่ซื้อหุ้นมาแล้ว หากนำไปขายต่อเพื่อหากำไรจากส่วนต่างราคาหุ้นที่ซื้อมาหากมีกำไรจากการขายหุ้นจะเสียภาษีหรือไม่ ก็อยู่ที่ว่าการซื้อขายหุ้นนั้น ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือนอกตลาดหลักทรัพย์ รัฐบาลต้องการให้บริษัทระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ในกิจการ การขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จึงเป็นทางเลือกหนึ่งในการระดมทุน หากบุคคลธรรมดาได้ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แล้วทำกำไรได้ กำไรจากการขายหุ้นจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ผู้จ่ายเงินได้ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกำไรจากการขายหุ้น
แต่ถ้าเป็นการซื้อขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์จะได้สิทธิเช่นเดียวกับการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่ คำตอบก็คือหากการขายหุ้นนั้นมีกำไร ผู้จ่ายเงินได้ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราก้าวหน้าตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะหักภาษีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับกำไรนั้นๆ ว่ามากหรือน้อย ผู้ซื้อขายหุ้นควรคำนึงถึงผลตอบแทนจากกำไรในการขายหุ้น หากซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แล้วได้ผลตอบแทนต่ำ แต่ได้รับการยกเว้นภาษี กับซื้อขายหุ้นนอกตลาดหลักทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนสูง แต่ต้องถูกหักภาษีในอัตราก้าวหน้าและเมื่อสิ้นปีต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกครั้ง วิธีใดให้ประโยชน์มากกว่าอันนี้ต้องคิดเอาเอง
การถือหุ้นได้รับผลตอบแทนในรูปของเงินปันผล หรือได้รับกำไรจากการขายหุ้น ผลตอบแทนจากหุ้นจะมากหรือน้อยก็อยู่ในดุลพินิจว่าจะถือหุ้น เพื่อรับเงินปันผลหรือขายเพื่อทำกำไร รวมถึงภาษีที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม อย่าคิดแต่ได้อย่างเดียว เพราะบริษัทอาจจะขาดทุนไม่มีเงินปันผลหรือราคาหุ้นที่ขายอาจต่ำกว่าราคาที่ซื้อมาก็ได้ ไม่มีอะไรแน่นอน สวัสดีครับ







