posttoday
ลอยนวล

ลอยนวล

26 กันยายน 2556

โดย...ปู โลกเบี้ยว

โดย...ปู โลกเบี้ยว

“เจ็บใจ อารมณ์เสียอ่ะพี่ปู” น้องปูบ่นจนหูชาเชียว

น้องบอกว่า ในโลกนี้มันต้องเบี้ยวแน่ๆ ที่บรรดาพวกคนเลวๆ ทำไม๊ ทำไมมันยังสามารถลอยนวลอยู่ได้เจ็บใจจริงๆ พี่ปู น้องปูมีหน้าที่คอยสอดส่องดูแลคนทำผิดในห้างดังแห่งหนึ่ง บางวันจะต้องคอยเดินปะปนไปกับลูกค้าในห้างเพื่อสังเกตการณ์พวกขี้โขมยขี้จิ๊ก แล้วจัดแจงเชิญมาคุยตกลงกันว่าจะคุยกันดีๆ หรือว่าจะไปหาตำรวจ ส่วนใหญ่น้องปูจะอยู่หน้าจอในห้องคอนโทรลซะล่ะมากกว่า และมักจะมีเรื่องแปลกๆ มาเล่าให้ฟังอยู่บ่อย ๆ น่ะสิ

เคสที่ทำให้น้องสาวปูปรี๊ดแตก ก็คือ ผู้หญิงคนหนึ่งที่มีพฤติกรรมแปลกๆ บริเวณชั้นเสื้อผ้าสตรีนั้นเอง น้องบอกวันนั้นเดินตรวจตามปกติ เป้าหมายคือพวกทำตัวลับๆ ล่อๆ แต่งตัวแปลกๆ ถือถุงหรือกระเป๋าใบใหญ่ๆ หรือดูแล้วลักษณะท่าทางไม่น่าจะมาเดินซื้อของห้างก็จะคอยประกบเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะสังเกตเห็นจากจอในห้องคอนโทรลหรือเดินไปเจอก็ตาม พอดีสังเกตเห็นห้องลองเสื้อมันปิดเปิด แปลกๆ เลยยืนดู ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินถือเสื้อสีเหลืองออกมาเหมือนจะเอามาเปลี่ยนไซส์อะไรประมาณนั้น เพราะเห็นเธอยังคงทิ้งกระเป๋าสะพายไว้ในห้องลอง ก็เลยยืนดูไปเรื่อยๆ ผู้หญิงคนนั้นแทนที่จะเอาเสื้อสีเหลืองไปเปลี่ยนไซส์ กลับดึงเอาเสื้อยีนส์ตัวใหม่ที่แขวนถัดไปจากราวเสื้อเหลือง พาดแขนแล้วเอากลับเข้าไปในห้องลองเสื้อเหมือนจะเปลี่ยนใจอยากลองเสื้อยีนส์อีกตัว สักพักก็ออกมาพร้อมเสื้อสีเหลืองแล้วเรียกพนักงานบอกจะเปลี่ยนไซส์ตัวเหลือง แต่เสื้อยีนส์ยังอยู่ในห้องลอง พอนางยืนรอสักพักนางก็บอกกับพนักงานว่าไม่เอาแล้ว ขอบคุณ แล้วกลับเข้าไปเอากระเป๋าสะพายกับสัมภาระของนางออกมา อ้าว...! แล้วเสื้อยีนส์ไปไหนล่ะ นอกจากจะอยู่ในกระเป๋าสะพายอย่างแน่นอน

น้องสาวปูเลยเดินไปบอกพนักงานว่า เสื้อยีนส์ที่อยู่ตรงไม้แขวนเนี่ยไปไหน พนักงานบอกไม่รู้สิพี่ น้องปูก็บอกว่าเห็นผู้หญิงคนนั้นเอาไป ลองไปถามดูสิ ส่วนตัวน้องสาวปูก็จะรีบไปตรวจในกล้องวงจรปิดเพื่อหาหลักฐาน แล้วจะได้ขอค้น พนักงานคนนั้นก็ทำเฉยๆ ซะงั้นแหละ ไม่ใส่ใจกลับไปยืนคุยต่อกับเพื่อนพนักงาน น้องปูก็เลยรีบไปบอกหัวหน้าแล้วจัดแจงตรวจดูจากกล้องวงจรปิด เพราะผู้หญิงคนนั้นยังไม่ได้ออกจากห้าง แต่ปรากฏว่าช่วงห้องลองเสื้อเป็นมุมอับที่กล้องวงจรปิดไม่สามารถเข้าถึง เพราะมันเป็นห้องลองเสื้อไง กล้องไม่สามารถส่องไปได้หรอก เผื่อคนกำลังแก้ผ้าอยู่ใช่มั้ยล่ะ ก็เลยไม่เห็น หัวหน้าก็ดันไม่เป็นใจเอาเสียเลย ถามว่า “เธอเห็นแน่ๆ เหรอว่าเขาเอาไป เพราะถ้าค้นแล้วไม่เจอ เราจะโดนร้องเรียนนะ อีกอย่างพนักงานของเขาก็ไม่เห็น มีแต่เธอเห็นคนเดียว แน่ใจนะ อย่าไปเสี่ยงดีกว่ามั้ง? เรามันก็แค่พนักงานกินเงินเดือนไม่ได้อะไรกับเขาด้วย ให้พนักงานแผนกเขารับผิดชอบกันเองเหอะ” อ้าว! ไงหัวหน้าคิดงั้นล่ะ นั้นมันคนผิดน่ะ แต่ก็โทษหัวหน้าไม่ได้ เพราะบังเอิญไอ้เสื้อผ้ายี่ห้อที่ผู้หญิงคนนั้นจิ๊กเอาไปน่ะ เขาดันไม่ได้ใช้พนักงานของห้างไง ยี่ห้อนี้เขาจะส่งคนของบริษัทของเขาโดยตรงมาอยู่ดูแลสินค้า เพราะงั้นถ้ามีอะไรเกิดขึ้น คนของบริษัทเขาจะเป็นคนรับผิดชอบเอง โอ๊ย! นี่ถ้าเป็นหัวหน้าคนเก่านะพี่ ถ้าหนูบอกว่าเห็นชัวร์นะ ไม่ต้องรอหลักฐานหรอก หัวหน้าอนุมัติปั๊บก็สามารถค้นตัวได้เลย หัวหน้าคนใหม่บอกถ้าไม่มีหลักฐานห้ามไปยุ่งกับลูกค้าเด็ดขาด และด้วยหน้าที่แล้วไม่สามารถเข้าไปชาร์จลูกค้าตรงๆ ได้ ต้องให้พนักงานในแผนกนั้นๆ เป็นคนจัดการก่อน แล้วจึงถึงหน้าที่ของเราที่จะเข้าไปสอบสวนเอาเรื่องอีกที

สรุปเลยต้องปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นลอยนวลไปซะงั้น แล้วปรากฏว่าเดือนนั้นเสื้อผ้ายี่ห้อต้นเหตุหายไป 11 ตัว นั้นปะไรล่ะ เป็นเพราะพนักงานไม่ใส่ใจไม่ใช่เรื่องของฉันงั้นรึ? เนื่องจากในวันที่เกิดเหตุพนักงานที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงดันหยุด เป็นพนักงานที่ทางบริษัทส่งมาแทน ของอะไรตรงไหนหายไปจึงไม่รู้ เอ...! หรือว่าทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แต่ที่แน่ๆ น้องบอกว่าจะพยายามไม่ยอมปล่อยให้คนชั่วลอยนวลไปได้อีก และยัยนี่แหละคือ เป้าหมายที่เราต้องคอยจับผิดต่อไปเมื่อนางย่างเข้ามาในห้าง...หึหึ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท