posttoday
ชี้ช่องอุตฯอัญมณีย้ายฐานหา"ตลาดใหม่"

ชี้ช่องอุตฯอัญมณีย้ายฐานหา"ตลาดใหม่"

26 กันยายน 2556

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมของไทยที่ถูกตีตราว่าอยู่ในช่วง “ขาลง” หรือเป็น “Sunset Industry”

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมของไทยที่ถูกตีตราว่าอยู่ในช่วง “ขาลง” หรือเป็น “Sunset Industry” เนื่องจากผลกระทบหลายปัจจัย ทั้งการขาดแคลนแหล่งวัตถุดิบและแรงงานไร้ฝีมือ หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามถึงการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) วิเคราะห์ว่า หากเป็นอุตสาหกรรมอื่นๆ เป้าหมายหลักของการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาจมุ่งหวังเรื่องการลดต้นทุนเป็นหลัก แต่สำหรับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับนั้น การย้ายฐานไปยังประเทศเพื่อนบ้าน อาจไม่ช่วยเรื่องต้นทุนเท่าใดนัก

จากการสำรวจเปรียบเทียบโครงสร้างต้นทุนระหว่างกรุงเทพฯ โฮจิมินห์ของเวียดนาม และย่างกุ้งของพม่า พบว่า หากคิดอัตราส่วนต้นทุนในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 100% อัตราส่วนต้นทุนในโฮจิมินห์จะอยู่ที่ 95.98% ขณะที่ย่างกุ้งอยู่ที่ 93.73% หรือลดลงมาไม่มากนัก เนื่องจากต้นทุนแรงงานและค่าใช้จ่ายสำนักงานไม่ได้ต่ำกว่าไทยอย่างเห็นได้ชัดเหมือนอุตสาหกรรมอื่น

ประโยชน์หลักของการย้ายฐานการผลิตในอุตสาหกรรมนี้ จึงควรพุ่งเป้าไปที่การหาแหล่งวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนการขยายตลาดใหม่ และเข้าไปใช้สิทธิประโยชน์ที่เพื่อนบ้านจะได้รับจากประเทศยักษ์ใหญ่นอกอาเซียน เช่น สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากยุโรป

ด้าน พลอย ธรรมาภิรานนท์ นักวิจัยทีดีอาร์ไอผู้ศึกษาแนวทางในพม่า เล่าว่า พม่ามีแรงงานในอุตสาหกรรมผลิตอัญมณีและเครื่องประดับ รวมขั้นตอนกระจายสินค้าทั้งสิ้นประมาณ 1 แสนคน โดยแรงงานส่วนใหญ่กระจุกตัวบริเวณย่างกุ้ง อัตราค่าจ้างสำหรับแรงงานทั่วไปอยู่ที่ 3 เหรียญสหรัฐต่อวัน ขณะที่แรงงานมีทักษะอยู่ที่ 58 เหรียญสหรัฐต่อวัน แต่พม่ามีปัญหาขาดแคลนแรงงานทักษะและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนี้

ขณะที่ผู้ประกอบการในพม่าขณะนี้ มีโรงงานที่ดำเนินงานตัดและเปลี่ยนรูปอัญมณี 5 โรงงาน ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตระดับครัวเรือน เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบซับซ้อนและมีอัตราภาษีสูง

สำหรับการเข้าไปลงทุนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในพม่าอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เนื่องจากพม่าต้องการเข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อม จึงมีกฎหมายไม่อนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติทำเหมืองอัญมณี ปัจจุบันจึงมีเอกชนไทยเข้าไปทำธุรกิจได้เพียงรายเดียวเท่านั้น โดยเข้าไปในรูปแบบร่วมทุนสนับสนุนเทคโนโลยีให้พม่า ขณะที่พม่าทำหน้าที่ผลิตวัตถุดิบ ชาวต่างชาติที่เข้าไปทำเหมืองได้จึงต้องเข้าไปในรูปแบบนอมินีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับอุตสาหกรรมแปรรูปและเจียระไนในพม่านั้นยังมีคู่แข่งไม่มาก

พลอย บอกอีกว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับหลักของพม่าในปี 2555 มีมูลค่ารวม 322.7 ล้านเหรียญสหรัฐ มีตลาดหลักคือจีน คิดเป็นสัดส่วน 91% ตามด้วยฮ่องกง ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และอาเซียน กลุ่มละ 2% และสวิตเซอร์แลนด์อีก 1%

สำหรับภาพรวมอื่นๆ ผู้ที่สนใจเข้าไปลงทุนในพม่าควรระมัดระวังเรื่องความเข้มงวดกับแรงงานพม่าด้วย เพราะแรงงานพม่าคล้ายแรงงานไทย ไม่ชอบกฎระเบียบและความเคร่งครัดมากนัก ผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้มงวด เช่น เกาหลีใต้ ถูกแรงงานพม่าประท้วงมาแล้วจำนวนมาก

ขณะที่ เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการทีดีอาร์ไอผู้ศึกษาแนวทางในเวียดนาม เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ประกอบการรายใหญ่ชาวต่างชาติเข้าไปลงทุนในเวียดนามบ้างแล้ว ขณะเดียวกันมีเอสเอ็มอีท้องถิ่นอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ราว 2 หมื่นราย ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน และผลิตเพื่อตลาดในประเทศ สำหรับที่ตั้งโรงงานกว่า 80% อยู่ที่โฮจิมินห์ ส่วนที่เหลือจะอยู่ในบินห์เยืองทางภาคเหนือ และเถี่ยนเกียงทางภาคใต้

เนื่องจากอุตสาหกรรมส่วนใหญ่อยู่ในระดับครัวเรือน และใช้วิธีนำเข้าวัตถุดิบ ทำให้เวียดนามยังขาดการพัฒนาเทคโนโลยีการจัดหาวัตถุดิบและการแปรรูปวัตถุดิบ ขณะเดียวกันการจัดจำหน่ายยังไม่ได้มาตรฐานสากล จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและมาตรฐานการจัดจำหน่ายที่จะเข้าไปเปิดตลาดใหม่

นอกจากนี้ แรงงานเวียดนามยังมีทักษะดีกว่าเพื่อนบ้านประเทศอื่นๆ ตลาดบริโภคในประเทศก็มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นจากชนชั้นกลาง อีกทั้งยังมีภูมิประเทศเหมาะสมในการส่งสินค้าออกไปยังจีน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป จึงทำให้เวียดนามเป็นประเทศที่น่าสนใจ

สำหรับการย้ายฐานการผลิตสามารถทำได้ทั้ง3 แบบ คือ 1.ลงทุนโดยตรงแบบเป็นเจ้าของทั้งหมด 2.ร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น และ 3.จ้างชาวเวียดนามผลิต

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน