
ชูพลังงานอาเซียน
เร่งเชื่อมท่อก๊าซธรรมชาติพาวเวอร์กริดชะลอแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
เร่งเชื่อมท่อก๊าซธรรมชาติพาวเวอร์กริดชะลอแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
ไทยเสนอที่ประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนเพิ่มสร้างการตระหนักรู้การใช้พลังงานในชาติสมาชิก ผลักดันกรอบความร่วมมือ 8 ด้านต่อเนื่อง ผู้ประกอบการไทยรับ 13 รางวัลอนุรักษ์พลังงานมากที่สุดในภูมิภาค
ไทยเร่งผลักดัน 8 กรอบความร่วมมือในชาติอาเซียน เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมรัฐมนตรีพลังงานภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 31 (AMEM 2013) ที่เกาะบาหลี ระหว่างวันที่ 2526 ก.ย.ที่ผ่านมา กับ 10 ชาติสมาชิกอาเซียน รวมอาเซียนบวก 3 จีน ญี่ปุ่น เกาหลี และการประชุมอาเซียนบวก 8 รวมอินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐ และรัสเซีย ได้ติดตามความคืบหน้าความร่วมมือของแผนปฏิบัติการด้านพลังงานทั้ง 8 สาขาของภูมิภาคอาเซียนให้มีความต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ด้านปิโตรเลียม มุ่งเชื่อมโยงท่อก๊าซธรรมชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำมัน มีความร่วมมือเรื่องการขายน้ำมันให้กันเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน โดยการประชุมครั้งนี้ได้ลงนามต่ออายุ Trans ASEAN Gas Pipeline ซึ่งจะหมดอายุในเดือนเม.ย. 2557 ออกไปอีก 10 ปีสำหรับปัจจุบันไทยมีท่อก๊าซฯ เชื่อมโยงกับพม่าและความร่วมมือกับมาเลเซีย
2.แผนการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าของอาเซียน (อาเซียน พาวเวอร์กริด)ที่มีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นตัวหลัก ทำเรื่องระบบสายส่งไฟฟ้าอาเซียน มีการขยายสายส่งระหว่างกัน และในปลายปี 2558 จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยปัจจุบันไทยมีความเชื่อมโยงกับลาว กัมพูชา และมาเลเซีย และมีความต้องการเชื่อมโยงกับพม่าให้มากขึ้น
3.แผนงานด้านถ่านหิน ซึ่งชาติสมาชิกเห็นว่าต้องเน้นความร่วมมือทางวิชาการ เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด การผลิตเชื้อเพลิงจากถ่านหิน หรือการลงทุนด้านถ่านหินมาใช้ประโยชน์
4.แผนงานพลังงานทดแทน ซึ่งในส่วนนี้ไทยมีความโดดเด่นเมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกอื่น เช่น เรื่องแก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล และมีนโยบาย Adder และ Fitin Tariff ปัจจุบันสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนของประเทศไทยอยู่ที่ 11% แล้ว
5.สาขาการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในส่วนนี้ประเทศอาเซียนมีเป้าหมายที่จะทำให้ได้ 8% ของการใช้พลังงานทั้งหมด ซึ่งตอนนี้ได้แล้ว 7.56% ในขณะที่ประเทศไทยวางเป้าหมายไว้ที่ 25% ในปี 2573 6.การวางแผนพลังงาน จะกำหนดเป้าหมายการใช้พลังงาน พลังงานทดแทนในอาเซียน การแสวงหาพลังงาน และการรวมเป็นตลาดเดียวกัน จะนำมารายงานในที่ประชุม
7.การใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ ในส่วนนี้หลังเกิดเหตุโรงไฟฟ้าฟูกุชิมาขึ้น ชาติสมาชิกจึงเห็นว่าจำเป็นที่จะต้องศึกษาเพิ่มเติมและเตรียมความพร้อม และ8.ความร่วมมือกันระหว่างคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งขณะนี้ชาติสมาชิกเข้าร่วม 56 ประเทศ ในส่วนนี้มีการหารือในเรื่องการเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบต่างๆ
นอกจากนี้ ในการประชุม AMEM มีการหารือทวิภาคีสองประเทศกับประเทศลาว โดยมีการหารือเรื่องการซื้อขายไฟฟ้ากับประเทศลาว ซึ่งปัจจุบันมีข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ที่ไทยจะซื้อไฟฟ้าจากลาว 7 พันเมกะวัตต์ ซึ่งมีการลงนามซื้อขายไฟฟ้าแล้ว 2 พันเมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างจะเข้าระบบอีก 3 พันกว่าเมกะวัตต์ รวมประมาณ 5.4 พันเมกะวัตต์ ก็มีการหารือว่าจะขยายกรอบความร่วมมือในการซื้อไฟฟ้าอย่างไรให้ครบ 7 พันเมกะวัตต์ ซึ่งคาดว่าน่าจะใช้เวลาถึงประมาณปี 25612562 จึงจะครบ
นายวิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า
การประชุมรัฐมนตรีพลังงงานภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 31 (AMEM 2013) ที่เกาะบาหลี ซึ่งปีนี้กระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ ประเทศอินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 2526 ก.ย. โดยมีนายบูดิโอโน รองประธานาธิบดี อินโดนีเซียเป็นประธานเปิดงานนั้น ปีนี้ได้กำหนดหัวข้อการประชุมเรื่อง ความยั่งยืนด้านพลังงานเพื่อความรุ่งเรืองของอาเซียน(Energy Sustainability of ASEAN)
ทั้งนี้ มีการประชุมข้อกำหนดสำคัญด้านต่างๆ โดยประเทศไทยได้เสนอความริเริ่มในการสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงานในอาเซียน ซึ่งในที่ประชุมก็เห็นพ้องเนื่องจาเห็นว่าในอนาคตประชากรอาเซียนต้องตระหนักรู้ถึงปัญหาด้านพลังงานและมีความรู้ในการตัดสินใจเกี่ยวกับพลังงงานในด้านต่างๆ
นอกจากนี้ หลังประชุม AMEM2013 ยังมีการมอบรางวัลการประกวดด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในระดับภูมิภาคอาเซียน โดยปีนี้ตัวแทนผู้ประกวดจากไทยได้รางวัลมากที่สุด 13 รางวัล จากทั้งหมด 37 รางวัล เป็นรางวัลชนะเลิศ 9 รางวัล และรองชนะเลิศ 4 รางวัล
“ปีนี้ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่ได้รับรางวัลมากที่สุดในกลุ่มอาเซียนนับแต่ปี 2004 เป็นต้นมา”นายวิเชียรโชติ กล่าว
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุม AMEM ครั้งที่ 31 ทั้ง 2 วัน เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ รวมถึงประเทศคู่เจรจาอีก 2 กรอบ คืออาเซียนบวก 3 ที่มีจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี และการประชุมอาเซียนบวก 8 ที่รวมอินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา และรัสเซียด้วย
ทั้งนี้ ที่ประชุมยังคงมีการติดตามความคืบหน้าความร่วมมือของแผนปฏิบัติการด้านพลังงานทั้ง 8 สาขาของภูมิภาคอาเซียนให้เกิดความต่อเนื่องประกอบด้วย
ด้านนายทวารัฐ สูตะบุตร รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า ภูมิภาคอาเซียนมีศักยภาพสูงในการผลิตพลังงานทดแทน ทั้งพลังน้ำ ชีวมวล มีกำลังการผลิตรวม 3.9 หมื่นเมกะวัตต์ แบ่งเป็น น้ำ 3 หมื่นเมกะวัตต์ ไบโอแมส 4.8 พันเมกะวัตต์ ความร้อนใต้ภิภพ 3 พันเมกะวัตต์ โซลาร์เซลล์ 200 เมกะวัตต์ ลม 80 เมกะวัตต์ ซึ่งคิดเป็น 29% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด
โดยประเทศไทยมีศักยภาพทางด้านพลังงานทดแทนสูงโดยเฉพาะพลังน้ำ โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 6.6 พันเมกะวัตต์ ซึ่งมาจากเขื่อนขนาดใหญ่ 3.4 พันเมกวัตต์ และเขื่อนขนาดเล็ก 3.2 พันเมกวัตต์ ส่วนพลังน้ำที่ซื้อจากลาว 1.8 พันเมกะวัตต์







